วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552
11 วิธี ขับรถปลอดภัย ก่อนไปเที่ยวต่างจังหวัด
เป็นการเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางไกล แม้ไม่ใช่เรื่องยากเย็น แต่ต้องทบทวนกันสักหน่อย
1.ตรวจสภาพคนให้พร้อมเป็นสิ่งแรก คือผู้ขับขี่ต้องพร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2.ตรวจสภาพรถให้พร้อมน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ไฟรถ ยางรถ
3.ยางรถเป็นเรื่องสำคัญต้องอยู่ในสภาพดีไม่ควรสึกเกินกว่า 3 ซม. และตรวจลมยางให้อยู่ในพิกัด
4.ระบบเบรกต้องพร้อม ควรเลือกใช้น้ำมันเบรกที่เหมาะสม รวมทั้งผ้าเบรก
5.ใบปัดน้ำฝนและหม้อน้ำ พร้อมปัดและฉีดน้ำได้ทันที
6.ไฟต้องพร้อมทุกดวง โดยเฉพาะไฟส่องทาง ควรตรวจให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ใช้งานได้ทุกเวลา
7.ตรวจหม้อระบายความร้อน เติมน้ำยาป้องกันน้ำเดือด
8.ขณะขับขี่ควรจำกัดความเร็ว ระวังช่วงถนนเปียก และควรลดความเร็วขณะถนนแห้ง
9.อย่าขับจี้คันหน้า ควรทิ้งห่าง 2 วินาที หากถนนเปียก 4 นาทีหรือห่างไม่น้อยกว่า 10 เมตร
10.ใช้ไฟสูงบอกตำแหน่งรถ หากฝนตกหนักและทัศนวิสัยเลวมาก หรือในยามค่ำคืนสามารถใช้ไฟสูงได้ตลอดเวลาและต้องลดไฟลงเป็นไฟต่ำหากมีรถสวนเพื่อบอกตำแหน่งรถ
11.หลีกเลี่ยงการแซงโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องแซงให้อดใจรอสักนิด คิดว่าช้าหน่อยดีกว่า หากไม่แน่ใจหรือลังเลแม้แต่น้อย อย่าแซง
ประการสำคัญในการขับขี่ โดยเฉพาะการเดินทางไกล สติของผู้ขับขี่สำคัญที่สุด ต้องคิดว่าจะมีอะไรไว้ก่อน สงสัยประการใดเกี่ยวกับตัวผู้ขับขี่ ให้ไปอ่านข้อ 1 ใหม่ ทั้งต้องอย่าลืมว่า เมื่อนั่งหลังพวงมาลัย ทุกชีวิตอยู่ในความรับผิดชอบของเราทั้งสิ้น อย่าคิดว่านั่งขับรถไปเพียงคนเดียว จะทำอย่างไรก็ได้
ขอให้ปลอดภัยในการเดินทาง หากเรามีสติและไม่ประมาท ก็สามารถลดอุบัติเหตุไปครึ่งหนึ่ง-โชคดี
ที่มา มติชน
วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วิธีป้องกันแมลง..
ใครที่ชอบไปเที่ยวป่าบ่อยๆ แล้วถูกแมลงมารบกวน วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีป้องกันแมลงมาบอก...
หลีกเลี่ยงสารโพแทสเซียมและโซเดียม เพราะ สารเหล่านี้จะพบมากในอาหารที่เค็ม เช่น เกลือและน้ำปลา ซึ่งจะมีคุณสมบัติทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญที่สมดุล หากได้รับสารพวกนี้มากเกินไป จะมีผลทำให้ร่างกายเกิดการเร่ง การเผาผลาญ ส่งผลทำให้ร่างกายขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากกว่าปกติ ซึ่งสารนี้จะช่วยดึงดูดแมลงให้เข้ามา
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นแรง เช่น น้ำหอม น้ำยาดับกลิ่น สบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้ร่างกายมีกลิ่นติดตัว ซึ่งจะเป็นที่ดึงดูดแมลง และอาจจะทำให้สัตว์ป่าบริเวณนั้นตกใจและไม่มาหากินบริเวณนั้น ถึงแม้ว่าจะย้ายที่พักแรมไปแล้วก็ตาม
ใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว การใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงเท้า เพื่อปกป้องผิวหนัง จะมีส่วนช่วยในการป้องกันแมลงมากัดได้มากขึ้น
ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน เสื้อผ้าสีเข้มมักจะดึงดูดแมลงมากกว่าเสื้อผ้าสีอ่อน ฉะนั้น จึงควรสวมเสื้อผ้าสีอ่อนเพื่อเป็นการป้องกันแมลงอีกทางหนึ่ง
ใช้ยากันแมลง การ ใช้ยาป้องกันแมลงเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันแมลงได้เป็นอย่างดี ยาป้องกันแมลงจะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ ประเภทที่มีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ และประเภทที่มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ
การป้องกันแมลงในค่ายพักแรม สามารถใช้ยาป้องกันแมลงฉีดพ่น ไปยังบริเวณมุ้งของเต็นท์หรือเปลได้ แต่ไม่ควรฉีดโดยตรงไปยังอุปกรณ์นั้น เพราะยาป้องกันแมลงจะไปทำลายผ้าไนลอน และอย่าลืมปิดซิปให้เรียบร้อยตลอดเวลา เพื่อไม่ให้แมลงเข้าเต็นท์
ก่อไฟเพื่อไล่แมลง ควันไฟจะมีส่วนช่วยในการไล่แมลงได้ หากบริเวณนั้น ๆ มีแมลงมาก ก็อาจจะก่อไฟกองเล็ก ๆ เพื่อไล่แมลงเหล่านั้น
พกยารักษาแมลงกัดต่อยไปด้วย ไม่สามารถป้องกันแมลงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นก็อาจจะมีบ้างที่โดนแมลงกัด จึงควรจะพกยาทาสำหรับรักษาแผลแมลงกัดต่อยไว้ใช้ด้วย
รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนเที่ยวป่าทุกครั้ง อย่าลืมเตรียมสิ่งของป้องกันแมลงไปด้วย จะได้ปลอดภัยจากแมลงต่างๆ
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า
นับ 1 วันจันทร์... นับ 2 วันอังคาร... เฮ้อ... นับ 3 วันพุธ... นับ 4 วันพฤหัส... นับ 5 วันศุกร์ เย้...ยยย!! ในที่สุด ก็ถึงวันสุดสัปดาห์ซะที หลังจากตั้งหน้าตั้งตานับวันรอมานานหลายวัน (แค่ไม่กี่วันนี่นา...) ได้เวลาออกเดินทางไปท่องเที่ยว “ป่า”กันแล้ว YES...!!! อ๊ะๆ แต่ก่อนออกเดินทางเรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนดีกว่า...
ว่ากันด้วยเรื่องของ “สถานที่” คุณต้องศึกษาหาข้อมูลสถานที่ที่คุณจะไปเที่ยวให้มากที่สุด และดูว่าที่นั่นมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง “อุปกรณ์เดินป่า” เป้หลัง เต็นท์ ถุงนอน เปลสนาม ไฟฉาย เสื้อกันฝน มีดพก กระติกน้ำ หม้อสนาม ชุดยาสามัญ เชือก สมุดบันทึก ถุงพลาสติก ฯลฯ อย่าลืมเตรียมไปให้พร้อมเชียว
ต่อกันที่เรื่องของ “เครื่องแต่งกาย” ควรเป็นชุดที่ใส่สบาย คล่องตัว และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น สีเขียว หรือน้ำตาล ควรใส่เสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันแมลง หนามและแสงแดดเนื้อผ้าควรเป็นชนิดที่ซับน้ำได้ดี เพื่อจะได้ดูดซับเหงื่อ ช่วยระบายความร้อน กางเกงควรเป็นกางเกงที่สวมสบาย เสื้อผ้าควรแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดเดินป่า 1 ชุด และชุดนอน 1 ชุด นอกจากนั้นควรมีเสื้อแจ็กเก็ตอีก 1 ตัว และถุงเท้า เพราะในเวลากลางคืนในป่าจะมีอากาศเย็น อืม... และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “รองเท้า” สิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวป่าในครั้งนี้ของคุณ แฮปปี๊... แฮปปี้
แหม... และในเมื่อรองเท้าถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นเดินทางอย่างนี้แล้ว เราก็อดไม่ได้ที่จะเอาเคล็ดลับในการเลือกรองเท้าเดินป่าอย่างถูกวิธีมาฝากเพื่อนๆ กัน ว่าแล้วอย่ารอช้าเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ
รองเท้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 จำพวก ดังนี้นะคะ
1.รองเท้าใส่เดินแบบหุ้มส้นเท้า (Low Cut) สำหรับเดินเที่ยวเวลากลางวัน เหมาะสำหรับใส่เดินแบกสัมภาระเพียงวันเดียว
2.รองเท้าแบบหุ้มข้อเท้า (Approach Shoe) เป็นรองเท้าหุ้มข้อซึ่งเหมาะสำหรับใช้เดินป่า ช่วยให้คุณเดินได้อย่างสะดวก แม้ต้องรับภาระแบกน้ำหนักเยอะๆ ก็ตาม
3.รองเท้าสำหรับเดินนอกเส้นทาง มีส่วนหุ้มถึงหน้าแข้ง เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแรง ป้องกันการกระทบกระ เทือนจากพวกกิ่งไม้ใบหญ้าได้เป็นอย่างดี แต่รองเท้าจำพวกนี้จะถอดยากซักหน่อยนะคะ
เอาล่ะ!! หลังจากรู้จักกับพวกรองเท้าเดินป่าต่างๆ นาๆ หลายๆ แบบแล้ว เราก็มาดูที่ “พื้นรองเท้า” กันต่อเลยดีกว่าค่ะ โดยรองเท้าที่มีดอกลึกและแข็ง จะใช้ได้ดีในพื้นที่ที่มีดินอ่อนนุ่ม เฉอะแฉะ ริมตลิ่ง แต่จะใช้ไม่ได้กับพื้นที่แข็งหรือบนก้อนหิน ส่วนรองเท้าที่มีดอกตื้น เรียบและอ่อน ใช้ได้ดีในพื้นที่ที่แข็ง บนก้อนหิน แต่จะใช้ไม่ได้ในพื้นที่ดินนุ่มหรือริมตลิ่ง
ทีนี้เรามาดูวิธีการเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้ากันบ้าง คุณควรเลือกซื้อรองเท้าในตอนบ่าย เพราะเป็นช่วงที่เท้าของเราขยายเต็มที่ ลองใส่รองเท้าโดยไม่ใส่ถุงเท้า เลื่อนเท้าไปข้างหน้าย่อเข่าลงเล็กน้อย เอานิ้วสองนิ้วสอดเข้าไประหว่างหลังของรองเท้ากับหลังเท้าของคุณ ถ้านิ้วลงไปไม่ได้แสดงว่ารองเท้าของคุณเล็กเกินไป หรือคุณอาจจะลองรองเท้าโดยการใส่ถุงเท้าอีกคู่หนึ่งก็ได้ หลังจากนั้นก็ลองเดินรอบๆ ร้านดู ถ้าคุณรู้สึกว่ามีรอยย่นหรือมีความกดดันผิดปกติที่จุดไหน ก็ควรเปลี่ยนเป็นคู่อื่น
555 ในที่สุดก็เลือกรองเท้าคู่ใจที่จะใส่ไปเดินป่าได้แล้ว... !!! เราต้องมาทำความคุ้นเคยกับเจ้ารองเท้าคู่นี้กันหน่อย... คุณควรสวมมันเดินรอบบ้านสัก 4-5 วัน หรือเดินเป็นระยะทางสั้นๆ ในตอนกลางวัน เพื่อให้เท้าของคุณได้รู้จักกับรองเท้าของคุณ ที่สำคัญ ให้ปฏิบัติอย่างนี้ทุกครั้งก่อนการออกทริปนะคะ รับรองว่ามันจะไม่กัดคุณอย่างแน่นอน
สำหรับการดูแลรักษารองเท้าก็แสนจะง๊าย... ง่าย การดูแลรักษาเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยยืดอายุการใช้งานให้รองเท้าของคุณได้นานเท่านาน รองเท้าทุกคู่ควรทำความสะอาดก่อนเก็บ โคลนหรือขี้ดินสามารถจัดการได้ด้วยแปรง แล้วน้ำไปผึ่งลมเพื่อไล่ความชื้นออกจากรองเท้า และนำไปเก็บในที่เย็นและแห้ง จะช่วยรักษารูปทรงของรองเท้า
มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือ การดูแลและรักษาความสะอาดเท้า (ของคุณเอง) การล้างเท้าทุกวันไม่เพียงแต่เป็นสุขอนามัยที่ดีเท่านั้น แต่มันยังทำให้คุณรู้สึกสดชื่นอีกด้วยนะคะ เยี่ยม...!! ในที่สุดก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว... ว่าแต่คุณล่ะคะพร้อมหรือยังที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวแบบสบายเท้าในทริปนี้ (ก็เพราะเลือกรองเท้าดีมีคุณภาพเหมาะกับเท้าเราที่สุดแล้วไง มั่นใจ สบายเท้าแน่นอน...อิอิ)
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เที่ยวป่าปลอดภัย ในหน้าฝน
ถึงฝนจะตกแดดจะออก สำหรับคนชอบเที่ยว เมื่อหัวใจมันร่ำร้องให้ออกเดินทางซะแล้ว คงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ แต่จะให้ปลอดภัยก่อนเดินทางต้องตรวจสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาที่ www.tmd.go.th แล้วจัดเตรียมสัมภาระต่างๆ ให้เหมาะสมกับทริปที่จะไป ที่เหลือคือสิ่งที่ควรทำ เช่น เที่ยวน้ำตก เดินป่า ล่องแก่ง
ก่อนลงเล่นน้ำสำรวจทางขึ้นลงไว้ด้วยเผื่อฉุกเฉิน เกิดน้ำป่าไหลหลากจะได้หนีขึ้นที่สูงได้ทัน และระหว่างเล่นน้ำโปรดสังเกตสัญญาณของน้ำป่า คือระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น แรงขึ้น สีของน้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงขุ่น หรือน้ำสีขุ่นขึ้น และฟังเสียงที่ดังผิดปกติของสายน้ำ
ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่อย่างเคร่งครัดเช่น ไม่ลงเล่นน้ำในเขตหวงห้าม ในบริเวณวังน้ำวน หรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว ไม่ควรปีนป่ายไปตามริมหน้าผาน้ำตก หรือบนพื้นที่อันตราย อาจลื่นพลัดตกลงมาได้
หากจะล่องแก่ง ต้องมีผู้เชี่ยวชาญดูแล และคุณต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ อีกทั้งต้องใส่อุปกรณ์ชูชีพเสมอ
การเดินป่าต้องระวังสัตว์มีพิษต่างๆหากตั้งแคมป์ในป่าไม่ควรอยู่ใกล้ลำธารเกินไป เพราะอาจมีน้ำป่าไหล ควรเลือกทำเลตั้งแคมป์ที่ปลอดภัยจากระดับน้ำ และเลี่ยงบริเวณที่เคยเป็นร่องน้ำ
การเดินป่าเที่ยวน้ำตกควรใส่รองเท้าเดินป่าที่กระชับ พื้นรองเท้าควรเป็นยางชนิดอ่อน และมีดอกยางซึ่งจะเกาะพื้นหินและพื้นดินได้ดีกว่ารองเท้าพื้นแข็ง โดยเฉพาะหน้าฝนที่พื้นที่ป่าจะลื่นมากกว่าปกติ
ไม่ควรอยู่ในชุดเสื้อผ้าที่เปียก หรืออยู่ในน้ำเย็นเป็นเวลานาน อาจจะเป็นตะคริว จมน้ำ หรือเป็นไข้ได้
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
พื้นฐานการปีนผา

สำหรับ ผู้ที่รักการเสี่ยง ชอบอะไรที่ตื่นเต้น ท้าทาย แล้วก็ไม่กลัวความสูง และไม่เป็นโรคหัวใจ กิจกรรมการปีนหน้าผา เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งถือว่าเป็นการท่องเที่ยว ที่เข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ไม่ก่อมลภาวะหรือความเสียหายแก่ สถานที่ใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากความเพลิดเพลิน แล้ว การปีนหน้าผายังเป็นกีฬาอย่างหนึ่งด้วย เพราะร่างกายได้เคลื่อนไหวและออกแรงใน การพยายามที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดที่ตั้งใจเอาไว้ แต่การปีนหน้าผาใช่แต่จะใช้กำลังและความคล่องตัวเพียงเท่านั้น ยังรวม ถึงการมีสมาธิและความมั่นคงในการที่จะผ่านชะง่อนหินและด่านต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติ นอกจากนั้นการตัดสิน ใจที่รอบคอบ ประสบการณ์และความชำนาญก็มีส่วนสำคัญ เพราะการผิดพลาดบางครั้งอาจจะเกิดอาการบาดเจ็บและเป็นอันตราย
การปีนหน้าผานั้นอาจจะดู คล้ายการปีนเขาก็จริง แต่มีอันตรายน้อยกว่ามาก โดยบริษัทนำเที่ยวจะมีการทำเครื่องหมาย หรือเครื่องยึด ทำให้สะดวกและง่ายต่อการปีน มีผู้ควบคุมเชือก หรือบีเลเยอร์ (Belayer) ช่วยดึงและแนะนำการปีนอยู่ที่ พื้นด้านล่าง และจะมีการฝึกสอนให้รู้จักเทคนิค อุปกรณ์ และทดลองปีนกับหน้าผาจำลองก่อน
ในระยะแรก ๆ กลุ่มนักปีนหน้าผาส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน ประเทศไทย โดยเฉพาะ ที่กระบี่ได้รับการกล่าวขานถึงความสวยงามของสถานที่และความซับซ้อนของหน้าผา ในขณะที่คนไทยยังมองว่าการปีน หน้าผาเป็นกิจกรรมที่อันตราย แต่ในปัจจุบันหลังจากที่กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้รับความสนใจจาก นักท่องเที่ยว ชาวไทย ก็มีการแสวงหาการท่องเที่ยวแบบใหม่ ๆ ที่เน้นการผจญภัย และความตื่นเต้น เช่น การล่องแก่ง ดำน้ำ ขี่จักรยาน เสือภูเขา และกิจกรรมการปีนหน้าผา ทำให้ปริมาณผู้สนใจ และบริษัทนำเที่ยวที่จัดกิจกรรมในลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น
อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการปีนหน้าผาเบื้องต้น
อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการปีนผาเบื้องต้นแบบ Top Roping มีดังนี้
- ฮาร์เนส (Harness) หรือสายรัดสะโพก ลักษณะเป็นห่วงส่วนเอวและส่วนขา ซึ่งถูกโยงไว้ด้วยกันโดยสายในล่อนทั้ง ด้านหน้าและด้านหลัง สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 2 ตัน
- คาราไบเนอร์ (Carabiner) เป็นห่วงเหล็กหรืออะลูมิเนียม อัลลอย (อย่างหลังนิยมกว่าเพราะน้ำหนักน้อยกว่า) สามารถ รับแรงดึงได้ 2 ตัน หลายรูปร่างและขนาด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน มี 2 ประเภทหลักคือ แบบมีตัวล็อก (Screwgate Carabiner) และแบบไม่มีตัวล็อก (Snap Carabiner) สำหรับตัวที่ใช้เกี่ยวกับห่วงฮาร์เนสทุกตัวต้องมีตัวล็อกเสมอ
- ควิกดรอว์ (Quickdraw) คือสายไนลอนสั้น ๆ ซึ่งมีคาราไบเนอร์เกี่ยวอยู่ตรงปลายทั้ง 2 ข้าง ใช้สำหรับเกี่ยวกับหมุด ตามหน้าผา ป้องกันการตกจากที่สูงทีเดียวถึงพื้น
- อุปกรณ์บีเลย์ (Belay Device) ใช้ สำหรับผ่อนเชือกให้นักปีนผาและควบคุมความเร็วในการโรยตัว มีชื่อเรียกแตก ต่างกันไปตามรุ่นที่ผลิต เช่น Grigri, Figure of Eight, ATC
- รองเท้าปีนผา จะมีพื้นเรียบ ไม่มีดอกยาง หัวรองเท้าแคบเพื่อให้สอดเท้าเข้าไปบนช่องหินได้สะดวก เมื่อสวมแล้วต้อง รู้สึกว่าคับแน่นจึงจะเหมาะกับการปีนหน้าผา
- แมกนีเซียม คาร์บอเนต หรือ ผงชอล์ก เป็นผงคล้ายแป้ง ใส่ถุงผ้า ห้อยไว้ด้านหลังของนักปีนผา ใช้สำหรับลดความชื้น ที่มือเพื่อความถนัดในการเกาะเกี่ยว
- เชือกสำหรับปีนผา (Kernmantle) เป็นเชือกลักษณะพิเศษ คือ มีความเหนียว ไม่ยืดง่าย สามารถรับแรงดึงได้ถึง 2 ตัน เชือกเส้นหนึ่งประกอบด้วยเชือกเส้นเล็ก 2 เส้นควั่นกันอยู่ชั้นในสุดและพันด้วยไนลอน ความยาวมาตรฐานของเชือกคือ 45 เมตร 50 เมตร และ 60 เมตร
การฝึกปีนผาเบื้องต้น
ตัวอย่างหนึ่งของการฝึกปีนหน้าผา ของชมรมปีนหน้าผากรุงเทพฯ ซึ่งเปิดเป็นโรงเรียนสอนปีนหน้าผา ทำการฝึกโดย เริ่มจากการเรียนรู้ถึงอุปกรณ์ การใช้ ระบบการทำงานและเทคนิคในการปีน
ในการฝึกขั้นต้นหลังจาก การแนะนำอุปกรณ์แล้ว จะเป็นการฝึกการปีนแบบ Bouldering ซึ่งเป็นการปีนโดยใช้เพียง รองเท้าและผงแมกนีเซียม คาร์บอเนตกันลื่นเท่านั้น ในการฝึกปีนหน้าผานั้น มีหลักอยู่ว่าการปีนหน้าผาที่ดี คือต้องเคลื่อน ไหวโดยให้ร่างกายอยู่ในลักษณะสมดุลกัน ลักษณะการปีนของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ผู้ปีนจะต้องสังเกตว่าการเคลื่อน ไหวแบบไหนที่ตนเองถนัดและสามารถเคลื่อนต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียแรงมากเกินไป การปีนต้องอาศัยความมั่นคงของมือ และเท้าในการเกาะและเหยียบ
หลังจากการฝึก Bouldering ก็เป็นการฝึกผูกเงื่อนเชือกปีนผา (Kernmanle) ซึ่งมีความเหนียวแข็งแรง สามารถ รับแรงดึงได้ถึง 2 ตัน บิดให้เป็นห่วง หมุนเกลียว 2 ครั้ง ใช้ปลายเชือกด้านหนึ่งสอดเข้าไปในห่วง แล้วย้อนกลับมาพันขึ้น พันลงตามแนวเดิมของเชือก ซึ่งเป็นการผูกแบบเงื่อนเลขแปด การผูกเชือกนี้สำคัญมากสำหรับนักปีนผา เพราะจะใช้ผูกกับ ห่วงฮาร์เนสเพื่อดึงตัวนักปีนผาไว้กรณีที่ตกลงมา
การปีนผาเบื้องต้นมักจะ เริ่มจากการปีนแบบ Top Roping คือมีผู้ปีนนำ (Leader) นำเชือกขึ้นไปสอดผ่าน แองเคอร์ (Anchor) ซึ่งอยู่ตรงจุดปลายทางของการปีน ดึงเชือกลงมายังพื้นให้ปลายด้านหนึ่งยาวพอที่ผู้ปีนสามารถ ผูกเงื่อนเลขแปดไว้กับฮาร์เนสของตัวเอง ส่วนปลายเชือกอีกด้านหนึ่งนั้น บีเลเยอร์จะร้อยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า บีเลย์ (Belay Device) แล้วคล้องอุปกรณ์บีเลย์ไว้กับห่วงฮาร์เนสของตัวเอง
อุปกรณ์บีเลย์มีอยู่หลาย แบบ ทั้งบีเลย์ เพลต (Belay Plate) รูปร่างแบน มีรู 2 รู คล้ายกระดุมอะลูมิเนียมเม็ดใหญ่ ฟิกเกอร์ ออฟ เอท (Figure of Eight) เป็นอะลูมิเนียมรูปร่างลักษณะคล้ายเลขแปดอาระบิก ห่วงบนและห่วงล่างมีขนาด ไม่เท่ากัน อุปกรณ์อีกตัวคือ ATC ลักษณะคล้ายตะกร้าใบเล็ก เป็นชนิดหนึ่งของบีเลย์ บางครั้งอาจจะใช้กรีกรี (Grigri) ซึ่งมีคันโยกสำหรับผ่อนเชือกและมีตัวล็อกอัตโนมัติช่วยผ่อนแรงได้ด้วย
สำหรับการฝึกเบื้องต้น ของชมรมปีนเขา จะใช้เวลาในการฝึกที่ชมรมเป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ จึงจะมีการเดินทางไป ยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม
นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากชมรม และบริษัทนำเที่ยวที่จัดกิจกรรม ปีนหน้าผา และการโรยตัวจากหน้าผาได้ หรือสามารถหาอ่านข้อมูลได้จาก “คู่มือแนะนำเส้นทางปีหน้าผาในเมืองไทย” โดยสมพร สืบเหตุ
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552
การเตรียมตัวไปล่องแก่ง
ก่อนจะไปล่องแก่งควรเตรียมตัวสำหรับการเดินทางให้เหมาะสมเพื่อให้ได้รับความสนุกสนาน ความปลอดภัย โดยไม่ส่งผลกระทบกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้

1. พื้นที่ที่จะเดินทางไปส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตป่าต้นน้ำที่ธรรมชาติมีความเปราะ บาง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะ ต้องติดต่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ถูกต้อง เช่น การขออนุญาตต่อกรมป่าไม้ หน่วย งานที่ดูแลพื้นที่เหล่านั้นด้วย
2. การล่องแก่งเป็นกิจกรรมประเภทท่องเที่ยวธรรมชาติกึ่งการผจญภัย จำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัด ระวังอย่างยิ่งในการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ โดยเลือกใช้บริการที่มีการจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวแล้วเรียบร้อย และตรวจสอบรายการท่องเที่ยว และข้อตกลงต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เช่น การประกันภัย เครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีการให้บริการ
3. การเตรียมตัวท่องเที่ยวทางน้ำ ควรเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม เช่น กางเกงขาสั้น และเสื้อผ้า ควรใช้ผ้าที่ แห้งง่าย รองเท้าแตะที่มีสายรัดจะดีมาก เพราะต้องเตรียมพร้อมที่จะเปียกน้ำ และขึ้นไปเดินบนฝั่ง หากมีการเดินป่าระยะทางไกล ก็จำเป็นต้องนำรองเท้าผ้าใบไปอีกคู่หนึ่ง ในช่วงฤดูหนาวควรมีเสื้อแจ๊กเกต ผ้ากันลมไว้ใส่กันหนาวช่วงที่ล่องแก่งด้วย
4. เสื้อผ้า อุปกรณ์สำหรับแค้มปิ้ง และกล้องถ่ายภาพ และของใช้ต่าง ๆ ควรใส่ถุงพลาสติก หรือถุงกันเปียก ให้เรียบร้อย การเตรียมสัมภาระต่าง ๆนำไปเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เพราะพื้นที่ขนสัมภาระจำกัด
5. ในการล่องแก่งควรศึกษาข้อปฏิบัติการพายเรือ พยายามมีส่วนร่วมในการเดินทางอย่างดี ควรปฏิบัติตัว ตามคำแนะนำของกัปตันเรือ และมัคคุเทศก์
6. หากมีการรับประทานอาหาร หรือไปประกอบอาหารในป่า ควรเลือกรายการอาหารที่สะดวกง่าย และ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องกระป๋อง ภาชนะประเภทกล่องโฟม ขวดน้ำ พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เพื่อลดขยะ และมลพิษ ทุกครั้งที่เก็บแค้มป์ ควรดูแลความสะอาด พยายามให้พื้นที่กลับสู่สภาพเดิมให้มากที่สุด
วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สัตว์ทะเลที่อาจะมีอันตราย
| อนึ่ง สรรพชีวิตทั้งหลายในทะเล มิได้ต้องการจู่โจมทำร้ายมนุษย์ อันตรายที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาป้องกันตัว มีน้อยมากที่ทำร้ายเราเพราะต้องการอาหาร และในจำนวนนั้นทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด สิ่งมีชีวิตหลายแสนชนิดของท้องทะเล ไม่มีชนิดใดที่ล่ามนุษย์เป็นอาหารโดยตรง | ||||||||||||||
| คนที่ทำร้ายสัตว์ทะเลก่อน เพราะกลัวเขาจะมาทำร้ายเรา คนพวกนั้นมักได้รับอันตรายจากสัตว์ทะเล | ||||||||||||||
| สัตว์ทะเลมีพิษ | ||||||||||||||
| ปลา | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| งูทะเล | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| เม่นดอกไม้ทะเล | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ดาวหนาม | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| หมึกทะเล | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| หอยเต้าปูน | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| แมงกะพรุน | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ปะการัง ดอกไม้ทะเล ไฮดรอยด์ | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| สัตว์อื่นๆ | ||||||||||||||
| มีสัตว์หลายชนิดที่มีพิษ เช่น บุ้งทะเล ปะการังไฟ ฟองน้ำไฟ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงพิษเหล่านั้นได้ ถ้าเราระวังตัวอยู่เสมอ ข้อแนะนำที่ได้ผลดีที่สุดคือ "อย่าจับสัตว์ทะเลทุกชนิด ไม่ว่าคุณจะรู้จัก คิดว่ารู้จัก หรือไม่รู้จัก" เราจะไม่ทำร้ายสัตว์ทะเลและไม่ทำร้ายตัวเราเอง | ||||||||||||||
| สัตว์ทะเลที่อาจมีอันตราย | ||||||||||||||
| ฉลาม | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ปลาสาก | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ปลาไหลมอเรย์ | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| เม่นทะเล | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| สัตว์อื่น | ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ที่มา : talaythai.com | ||||||||||||||
การเตรียมตัวเดินทาง และข้อควรปฎิบัติในการเที่ยวน้ำตก
| การเตรียมตัวเดินทางเที่ยวน้ำตก |
|
| ข้อควรระวังในการเที่ยวน้ำตก |
|
| ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ |
|
การเตรียมตัว และ ข้อควรปฏิบัติของนักดูนก
| การเตรียมตัวไปดูนก |
| การดูนกถือเป็นการเดินทางไปชมธรรมชาติหรือป่าเขาลำเนาไพรที่เรามักนิยมทำกัน แต่ในการเดินทางไปชม ธรรมชาติในครั้งนี้ เราจะเน้นที่นก ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีกล้องสองตา (Binoculars) หรือกล้องเทเลสโคป (Telescope) ติดตัวไปด้วย เพื่อช่วยให้เห็นนกได้อย่างชัดเจน เห็นรายละเอียดของรูปร่าง สีสัน และพฤติกรรม ต่าง ๆ ราวกับว่านกที่เราเห็นกำลังเกาะ กระโดด หรือบินอยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา |
| ก่อนออกเดินทางไปดูนกในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นในอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า พื้นที่อนุรักษ์ หรือสถานที่ดูนก (Birding Spot) นักดูนกทุกคนควรเตรียมตัวดังต่อไปนี้ เพื่อให้การเดินทางไปดูนก ในธรรมชาติได้รับประโยชน์สูงสุด |
|
| ข้อควรปฏิบัติ |
| เมื่อกิจกรรมดูนกแพร่หลายออกไปก็จำเป็นต้องมีข้อปฏิบัติที่เป็นหลักเกณฑ์ไปในทางเดียวกัน เพื่อให้นักดูนกทุก คนได้คำนึงถึงความสุขของนกมากที่สุด และต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นด้วย นักดูนกทุกคนควรยึดข้อ ควรปฏิบัติ 9 ประการ ดังนี้ |
|
เตรียมตัวเที่ยวป่า
| ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติในป่านั้น ต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม ดังนี้ | ||||||||||||
| 1. สถานที่ | ||||||||||||
| ต้องหาข้อมูลของสถานที่นั้นให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อจะได้จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะแต่ละ สถานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกัน | ||||||||||||
| 2. การแต่งกาย | ||||||||||||
| การแต่งกายควรเป็นชุดที่ใส่สบาย คล่องตัว และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น สีเขียว หรือ น้ำตาล | ||||||||||||
| ||||||||||||
| 3. อุปกรณ์เดินป่า | ||||||||||||
| เป้หลัง ควรเลือกชนิดที่เบา มีขนาดกะทัดรัดคล่องตัว เต็นท์ ถุงนอน เปลสนาม ไฟฉาย เสื้อ กันฝน มีดพก กระติกน้ำ หม้อสนาม ชุดยาสามัญ เชือก สมุดบันทึก ถุงพลาสติก ฯลฯ | ||||||||||||
| 4. การเดินป่า | ||||||||||||
| ก่อนออกเดินป่าควรสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม ดื่มน้ำให้อิ่ม และเติมกระติกน้ำให้เต็ม ศึกษาจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางให้เข้าใจ |
ข้อปฏิบัติของนักเท่องเที่ยวในแนวประการัง
| นักดำน้ำอาจเป็นผู้ที่ทำลายแนวปะการังลงไปโดยไม่ตั้งใจ นักดำน้ำที่ดี จะพยายามไม่แตะต้องแนวปะการังเลย เราสามารถที่จะหลีกเลี่ยงความเสียหายนี้ได้ดังต่อไปนี้ |
|
วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
การเตรียมตัว camping
การหาข้อมูล
ต้องเลือกจุดหมายปลายที่จะเสียก่อน แล้วดูว่าเหมาะสมกับฤดูกาล ที่จะไปหรือเปล่า แหล่งข้อมูลที่เราสามารถค้นคว้า ได้แก่
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. สำนักงานใหญ่ โทร. 2810422
- สวนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 5794842
- สวนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ โทร. 5792776 , 57948
- หนังสือ นิตยสารท่องเที่ยว ทั่วๆ ไป จะมีข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยว
- สถานที่พักผ่อนที่เปิดบริการในสถานที่นั้นๆ เช่น โรงแรม รีสอร์ท บังกาโล
- บริษัททัวร์ ชมรม สโมสร มูลนิธิ สมาคม
การเลือกทำเลที่ตั้งแค้มป์ และข้อควรปฎิบัติในการตั้งแค้มป์
1. กำหนดสถานที่ตั้งแค้มป์ ไว้ล่วงหน้า และควรทำการขออนุญาต เจ้าของพื้นที่เสียก่อน
2. หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่ จะตั้งแค้มป์ จากชาวบ้านหรือเจ้าของพื้นที่
3. ก่อนเดินทางควรจะฝึกกางเต็นท์ และเก็บเต็นท์ ให้เป็นเสียก่อน
4. ควรถึงสถานที่ตั้งแค้มป์ ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน อย่างน้อย 1 ชม.
5. ควรสังเกตพื้นที่ ที่จะตั้งแค้มป์ ว่าเป็นทางเดินของสัตว์ หรือไม่ โดยสังเกตจากรอยเท้า
6. ควรตั้งแค้มป์ในบริเวณที่มีแสงแดด
7. ก่อนตั้งแค้มป์ ควรที่จะปัดกวาดใบไม้ใบหญ้า เอาไปเผาเสียให้หมด
8. ก่อนกางเต็นท์ ควรตรวจดูทิศทางลม แล้วกางเต็นท์ บริเวณต้นลม
9. ควรตั้งแค้มป์ บริเวณที่มีพื้นที่ราบเรียบปราศจาก โขดหินเกะกะ และตอไม้
10. ควรดูทางหนทีไล่รอบๆ แค้มป์ เพื่อที่เกิดกรณีฉุกเฉิน เราจะได้หาทางหนีได้ทัน
11. ควรแบ่งงานกันทำตามหน้าที่
12. ควรมีการสำรองฟืนไว้ โดยการเลือกฟืนนี้ควรเลือกไม้เนื้อแข็ง เพราะจะติดไฟง่าย และอยู่ได้นาน
13. การเข้าไปปลดทุกข์ในป่า ควรห่างจากลำห้วย หรือแม่น้ำ โดยใช้ไม้ หรือมีดปลายแหลม ขุด แล้วกลบให้เรียบร้อย
14. ภาชนะ และสิ่งของเครื่องใช้ ควรรักษาให้สะอาดเสมอ เช่น ขวดน้ำ ควรมีฝาปิดให้มิดชิด
15. ควรทำความสะอาด ที่พัก และบริเวณโดยรอบให้สะอาดก่อนที่จะเดินทางออกไป
วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
การเตรียมตัวก่อนเดินป่า
เตรียมตัวก่อนเดินป่า
สถานที่ ควรหาข้อมูล รายละเอียดของที่ ๆ จะไปให้มากที่สุดรู้สภาพภูมิอากาศด้วยยิ่งดีจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่าง ให้พร้อมและเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้
การเดินป่าอย่างถูกวิธี เดินป่ากับเดินเล่นในศูนย์การค้านั้นต่างกัน ก่อนเข้าป่า ก็ควรศึกษาเรียนรู้วิธีกันเสียก่อนจะได้เกินกันได้คล่อง ๆ ก่อนออกเดิน อย่าลืม ดื่มน้ำให้อิ่มและเติมน้ำให้เต็มกระติกด้วยล่ะ
- เดินอย่างออมกำลัง
- ฝึกสายตาให้คุ้นเคยกับสภาพป่า
- ระหว่างที่เดิน ไม่ควรส่งเสียงดังเกินไป
- พยายามเดินตามทางเดินเท้า
- ปกปิดทุกส่วนของร่างกายให้มิดชิด
- เดินแถวเรียงเดี่ยว ระยะห่างพอสมควร แต่ต้องอยู่ในสายตาตลอด
- เดินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ และควรพัก ประมาณ 5 – 10 นาที ทุก 1 ชั่วโมง
- ไม่ควรเป็นศิลปินเดี่ยว เดินคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เพราะอาจหลงป่าได้













