แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

11 วิธี ขับรถปลอดภัย ก่อนไปเที่ยวต่างจังหวัด






เป็นการเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางไกล แม้ไม่ใช่เรื่องยากเย็น แต่ต้องทบทวนกันสักหน่อย

1.ตรวจสภาพคนให้พร้อมเป็นสิ่งแรก คือผู้ขับขี่ต้องพร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

2.ตรวจสภาพรถให้พร้อมน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ไฟรถ ยางรถ

3.ยางรถเป็นเรื่องสำคัญต้องอยู่ในสภาพดีไม่ควรสึกเกินกว่า 3 ซม. และตรวจลมยางให้อยู่ในพิกัด

4.ระบบเบรกต้องพร้อม ควรเลือกใช้น้ำมันเบรกที่เหมาะสม รวมทั้งผ้าเบรก

5.ใบปัดน้ำฝนและหม้อน้ำ พร้อมปัดและฉีดน้ำได้ทันที

6.ไฟต้องพร้อมทุกดวง โดยเฉพาะไฟส่องทาง ควรตรวจให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ใช้งานได้ทุกเวลา

7.ตรวจหม้อระบายความร้อน เติมน้ำยาป้องกันน้ำเดือด

8.ขณะขับขี่ควรจำกัดความเร็ว ระวังช่วงถนนเปียก และควรลดความเร็วขณะถนนแห้ง

9.อย่าขับจี้คันหน้า ควรทิ้งห่าง 2 วินาที หากถนนเปียก 4 นาทีหรือห่างไม่น้อยกว่า 10 เมตร

10.ใช้ไฟสูงบอกตำแหน่งรถ หากฝนตกหนักและทัศนวิสัยเลวมาก หรือในยามค่ำคืนสามารถใช้ไฟสูงได้ตลอดเวลาและต้องลดไฟลงเป็นไฟต่ำหากมีรถสวนเพื่อบอกตำแหน่งรถ

11.หลีกเลี่ยงการแซงโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องแซงให้อดใจรอสักนิด คิดว่าช้าหน่อยดีกว่า หากไม่แน่ใจหรือลังเลแม้แต่น้อย อย่าแซง

ประการสำคัญในการขับขี่ โดยเฉพาะการเดินทางไกล สติของผู้ขับขี่สำคัญที่สุด ต้องคิดว่าจะมีอะไรไว้ก่อน สงสัยประการใดเกี่ยวกับตัวผู้ขับขี่ ให้ไปอ่านข้อ 1 ใหม่ ทั้งต้องอย่าลืมว่า เมื่อนั่งหลังพวงมาลัย ทุกชีวิตอยู่ในความรับผิดชอบของเราทั้งสิ้น อย่าคิดว่านั่งขับรถไปเพียงคนเดียว จะทำอย่างไรก็ได้

ขอให้ปลอดภัยในการเดินทาง หากเรามีสติและไม่ประมาท ก็สามารถลดอุบัติเหตุไปครึ่งหนึ่ง-โชคดี

ที่มา มติชน

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วิธีป้องกันแมลง..





ใครที่ชอบไปเที่ยวป่าบ่อยๆ แล้วถูกแมลงมารบกวน วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีป้องกันแมลงมาบอก...

หลีกเลี่ยงสารโพแทสเซียมและโซเดียม เพราะ สารเหล่านี้จะพบมากในอาหารที่เค็ม เช่น เกลือและน้ำปลา ซึ่งจะมีคุณสมบัติทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญที่สมดุล หากได้รับสารพวกนี้มากเกินไป จะมีผลทำให้ร่างกายเกิดการเร่ง การเผาผลาญ ส่งผลทำให้ร่างกายขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากกว่าปกติ ซึ่งสารนี้จะช่วยดึงดูดแมลงให้เข้ามา

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นแรง เช่น น้ำหอม น้ำยาดับกลิ่น สบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้ร่างกายมีกลิ่นติดตัว ซึ่งจะเป็นที่ดึงดูดแมลง และอาจจะทำให้สัตว์ป่าบริเวณนั้นตกใจและไม่มาหากินบริเวณนั้น ถึงแม้ว่าจะย้ายที่พักแรมไปแล้วก็ตาม

ใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว การใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงเท้า เพื่อปกป้องผิวหนัง จะมีส่วนช่วยในการป้องกันแมลงมากัดได้มากขึ้น

ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน เสื้อผ้าสีเข้มมักจะดึงดูดแมลงมากกว่าเสื้อผ้าสีอ่อน ฉะนั้น จึงควรสวมเสื้อผ้าสีอ่อนเพื่อเป็นการป้องกันแมลงอีกทางหนึ่ง

ใช้ยากันแมลง การ ใช้ยาป้องกันแมลงเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันแมลงได้เป็นอย่างดี ยาป้องกันแมลงจะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ ประเภทที่มีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ และประเภทที่มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ

การป้องกันแมลงในค่ายพักแรม สามารถใช้ยาป้องกันแมลงฉีดพ่น ไปยังบริเวณมุ้งของเต็นท์หรือเปลได้ แต่ไม่ควรฉีดโดยตรงไปยังอุปกรณ์นั้น เพราะยาป้องกันแมลงจะไปทำลายผ้าไนลอน และอย่าลืมปิดซิปให้เรียบร้อยตลอดเวลา เพื่อไม่ให้แมลงเข้าเต็นท์

ก่อไฟเพื่อไล่แมลง ควันไฟจะมีส่วนช่วยในการไล่แมลงได้ หากบริเวณนั้น ๆ มีแมลงมาก ก็อาจจะก่อไฟกองเล็ก ๆ เพื่อไล่แมลงเหล่านั้น

พกยารักษาแมลงกัดต่อยไปด้วย ไม่สามารถป้องกันแมลงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นก็อาจจะมีบ้างที่โดนแมลงกัด จึงควรจะพกยาทาสำหรับรักษาแผลแมลงกัดต่อยไว้ใช้ด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนเที่ยวป่าทุกครั้ง อย่าลืมเตรียมสิ่งของป้องกันแมลงไปด้วย จะได้ปลอดภัยจากแมลงต่างๆ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า

“ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า”



นับ 1 วันจันทร์... นับ 2 วันอังคาร... เฮ้อ... นับ 3 วันพุธ... นับ 4 วันพฤหัส... นับ 5 วันศุกร์ เย้...ยยย!! ในที่สุด ก็ถึงวันสุดสัปดาห์ซะที หลังจากตั้งหน้าตั้งตานับวันรอมานานหลายวัน (แค่ไม่กี่วันนี่นา...) ได้เวลาออกเดินทางไปท่องเที่ยว “ป่า”กันแล้ว YES...!!! อ๊ะๆ แต่ก่อนออกเดินทางเรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนดีกว่า...

ว่ากันด้วยเรื่องของ “สถานที่” คุณต้องศึกษาหาข้อมูลสถานที่ที่คุณจะไปเที่ยวให้มากที่สุด และดูว่าที่นั่นมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง “อุปกรณ์เดินป่า” เป้หลัง เต็นท์ ถุงนอน เปลสนาม ไฟฉาย เสื้อกันฝน มีดพก กระติกน้ำ หม้อสนาม ชุดยาสามัญ เชือก สมุดบันทึก ถุงพลาสติก ฯลฯ อย่าลืมเตรียมไปให้พร้อมเชียว

ต่อกันที่เรื่องของ “เครื่องแต่งกาย” ควรเป็นชุดที่ใส่สบาย คล่องตัว และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น สีเขียว หรือน้ำตาล ควรใส่เสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันแมลง หนามและแสงแดดเนื้อผ้าควรเป็นชนิดที่ซับน้ำได้ดี เพื่อจะได้ดูดซับเหงื่อ ช่วยระบายความร้อน กางเกงควรเป็นกางเกงที่สวมสบาย เสื้อผ้าควรแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดเดินป่า 1 ชุด และชุดนอน 1 ชุด นอกจากนั้นควรมีเสื้อแจ็กเก็ตอีก 1 ตัว และถุงเท้า เพราะในเวลากลางคืนในป่าจะมีอากาศเย็น อืม... และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “รองเท้า” สิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวป่าในครั้งนี้ของคุณ แฮปปี๊... แฮปปี้

แหม... และในเมื่อรองเท้าถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นเดินทางอย่างนี้แล้ว เราก็อดไม่ได้ที่จะเอาเคล็ดลับในการเลือกรองเท้าเดินป่าอย่างถูกวิธีมาฝากเพื่อนๆ กัน ว่าแล้วอย่ารอช้าเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

รองเท้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 จำพวก ดังนี้นะคะ
1.รองเท้าใส่เดินแบบหุ้มส้นเท้า (Low Cut) สำหรับเดินเที่ยวเวลากลางวัน เหมาะสำหรับใส่เดินแบกสัมภาระเพียงวันเดียว
2.รองเท้าแบบหุ้มข้อเท้า (Approach Shoe) เป็นรองเท้าหุ้มข้อซึ่งเหมาะสำหรับใช้เดินป่า ช่วยให้คุณเดินได้อย่างสะดวก แม้ต้องรับภาระแบกน้ำหนักเยอะๆ ก็ตาม
3.รองเท้าสำหรับเดินนอกเส้นทาง มีส่วนหุ้มถึงหน้าแข้ง เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแรง ป้องกันการกระทบกระ เทือนจากพวกกิ่งไม้ใบหญ้าได้เป็นอย่างดี แต่รองเท้าจำพวกนี้จะถอดยากซักหน่อยนะคะ

เอาล่ะ!! หลังจากรู้จักกับพวกรองเท้าเดินป่าต่างๆ นาๆ หลายๆ แบบแล้ว เราก็มาดูที่ “พื้นรองเท้า” กันต่อเลยดีกว่าค่ะ โดยรองเท้าที่มีดอกลึกและแข็ง จะใช้ได้ดีในพื้นที่ที่มีดินอ่อนนุ่ม เฉอะแฉะ ริมตลิ่ง แต่จะใช้ไม่ได้กับพื้นที่แข็งหรือบนก้อนหิน ส่วนรองเท้าที่มีดอกตื้น เรียบและอ่อน ใช้ได้ดีในพื้นที่ที่แข็ง บนก้อนหิน แต่จะใช้ไม่ได้ในพื้นที่ดินนุ่มหรือริมตลิ่ง

ทีนี้เรามาดูวิธีการเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้ากันบ้าง คุณควรเลือกซื้อรองเท้าในตอนบ่าย เพราะเป็นช่วงที่เท้าของเราขยายเต็มที่ ลองใส่รองเท้าโดยไม่ใส่ถุงเท้า เลื่อนเท้าไปข้างหน้าย่อเข่าลงเล็กน้อย เอานิ้วสองนิ้วสอดเข้าไประหว่างหลังของรองเท้ากับหลังเท้าของคุณ ถ้านิ้วลงไปไม่ได้แสดงว่ารองเท้าของคุณเล็กเกินไป หรือคุณอาจจะลองรองเท้าโดยการใส่ถุงเท้าอีกคู่หนึ่งก็ได้ หลังจากนั้นก็ลองเดินรอบๆ ร้านดู ถ้าคุณรู้สึกว่ามีรอยย่นหรือมีความกดดันผิดปกติที่จุดไหน ก็ควรเปลี่ยนเป็นคู่อื่น

555 ในที่สุดก็เลือกรองเท้าคู่ใจที่จะใส่ไปเดินป่าได้แล้ว... !!! เราต้องมาทำความคุ้นเคยกับเจ้ารองเท้าคู่นี้กันหน่อย... คุณควรสวมมันเดินรอบบ้านสัก 4-5 วัน หรือเดินเป็นระยะทางสั้นๆ ในตอนกลางวัน เพื่อให้เท้าของคุณได้รู้จักกับรองเท้าของคุณ ที่สำคัญ ให้ปฏิบัติอย่างนี้ทุกครั้งก่อนการออกทริปนะคะ รับรองว่ามันจะไม่กัดคุณอย่างแน่นอน

สำหรับการดูแลรักษารองเท้าก็แสนจะง๊าย... ง่าย การดูแลรักษาเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยยืดอายุการใช้งานให้รองเท้าของคุณได้นานเท่านาน รองเท้าทุกคู่ควรทำความสะอาดก่อนเก็บ โคลนหรือขี้ดินสามารถจัดการได้ด้วยแปรง แล้วน้ำไปผึ่งลมเพื่อไล่ความชื้นออกจากรองเท้า และนำไปเก็บในที่เย็นและแห้ง จะช่วยรักษารูปทรงของรองเท้า

มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือ การดูแลและรักษาความสะอาดเท้า (ของคุณเอง) การล้างเท้าทุกวันไม่เพียงแต่เป็นสุขอนามัยที่ดีเท่านั้น แต่มันยังทำให้คุณรู้สึกสดชื่นอีกด้วยนะคะ เยี่ยม...!! ในที่สุดก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว... ว่าแต่คุณล่ะคะพร้อมหรือยังที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวแบบสบายเท้าในทริปนี้ (ก็เพราะเลือกรองเท้าดีมีคุณภาพเหมาะกับเท้าเราที่สุดแล้วไง มั่นใจ สบายเท้าแน่นอน...อิอิ)

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เที่ยวป่าปลอดภัย ในหน้าฝน



ถึงฝนจะตกแดดจะออก สำหรับคนชอบเที่ยว เมื่อหัวใจมันร่ำร้องให้ออกเดินทางซะแล้ว คงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ แต่จะให้ปลอดภัยก่อนเดินทางต้องตรวจสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาที่ www.tmd.go.th แล้วจัดเตรียมสัมภาระต่างๆ ให้เหมาะสมกับทริปที่จะไป ที่เหลือคือสิ่งที่ควรทำ เช่น เที่ยวน้ำตก เดินป่า ล่องแก่ง

ก่อนลงเล่นน้ำสำรวจทางขึ้นลงไว้ด้วยเผื่อฉุกเฉิน เกิดน้ำป่าไหลหลากจะได้หนีขึ้นที่สูงได้ทัน และระหว่างเล่นน้ำโปรดสังเกตสัญญาณของน้ำป่า คือระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น แรงขึ้น สีของน้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงขุ่น หรือน้ำสีขุ่นขึ้น และฟังเสียงที่ดังผิดปกติของสายน้ำ

ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่อย่างเคร่งครัดเช่น ไม่ลงเล่นน้ำในเขตหวงห้าม ในบริเวณวังน้ำวน หรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว ไม่ควรปีนป่ายไปตามริมหน้าผาน้ำตก หรือบนพื้นที่อันตราย อาจลื่นพลัดตกลงมาได้

หากจะล่องแก่ง ต้องมีผู้เชี่ยวชาญดูแล และคุณต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ อีกทั้งต้องใส่อุปกรณ์ชูชีพเสมอ

การเดินป่าต้องระวังสัตว์มีพิษต่างๆหากตั้งแคมป์ในป่าไม่ควรอยู่ใกล้ลำธารเกินไป เพราะอาจมีน้ำป่าไหล ควรเลือกทำเลตั้งแคมป์ที่ปลอดภัยจากระดับน้ำ และเลี่ยงบริเวณที่เคยเป็นร่องน้ำ

การเดินป่าเที่ยวน้ำตกควรใส่รองเท้าเดินป่าที่กระชับ พื้นรองเท้าควรเป็นยางชนิดอ่อน และมีดอกยางซึ่งจะเกาะพื้นหินและพื้นดินได้ดีกว่ารองเท้าพื้นแข็ง โดยเฉพาะหน้าฝนที่พื้นที่ป่าจะลื่นมากกว่าปกติ

ไม่ควรอยู่ในชุดเสื้อผ้าที่เปียก หรืออยู่ในน้ำเย็นเป็นเวลานาน อาจจะเป็นตะคริว จมน้ำ หรือเป็นไข้ได้

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พื้นฐานการปีนผา



สำหรับ ผู้ที่รักการเสี่ยง ชอบอะไรที่ตื่นเต้น ท้าทาย แล้วก็ไม่กลัวความสูง และไม่เป็นโรคหัวใจ กิจกรรมการปีนหน้าผา เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งถือว่าเป็นการท่องเที่ยว ที่เข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ไม่ก่อมลภาวะหรือความเสียหายแก่ สถานที่ใด ๆ ทั้งสิ้น

นอกจากความเพลิดเพลิน แล้ว การปีนหน้าผายังเป็นกีฬาอย่างหนึ่งด้วย เพราะร่างกายได้เคลื่อนไหวและออกแรงใน การพยายามที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดที่ตั้งใจเอาไว้ แต่การปีนหน้าผาใช่แต่จะใช้กำลังและความคล่องตัวเพียงเท่านั้น ยังรวม ถึงการมีสมาธิและความมั่นคงในการที่จะผ่านชะง่อนหินและด่านต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติ นอกจากนั้นการตัดสิน ใจที่รอบคอบ ประสบการณ์และความชำนาญก็มีส่วนสำคัญ เพราะการผิดพลาดบางครั้งอาจจะเกิดอาการบาดเจ็บและเป็นอันตราย

การปีนหน้าผานั้นอาจจะดู คล้ายการปีนเขาก็จริง แต่มีอันตรายน้อยกว่ามาก โดยบริษัทนำเที่ยวจะมีการทำเครื่องหมาย หรือเครื่องยึด ทำให้สะดวกและง่ายต่อการปีน มีผู้ควบคุมเชือก หรือบีเลเยอร์ (Belayer) ช่วยดึงและแนะนำการปีนอยู่ที่ พื้นด้านล่าง และจะมีการฝึกสอนให้รู้จักเทคนิค อุปกรณ์ และทดลองปีนกับหน้าผาจำลองก่อน

ในระยะแรก ๆ กลุ่มนักปีนหน้าผาส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน ประเทศไทย โดยเฉพาะ ที่กระบี่ได้รับการกล่าวขานถึงความสวยงามของสถานที่และความซับซ้อนของหน้าผา ในขณะที่คนไทยยังมองว่าการปีน หน้าผาเป็นกิจกรรมที่อันตราย แต่ในปัจจุบันหลังจากที่กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้รับความสนใจจาก นักท่องเที่ยว ชาวไทย ก็มีการแสวงหาการท่องเที่ยวแบบใหม่ ๆ ที่เน้นการผจญภัย และความตื่นเต้น เช่น การล่องแก่ง ดำน้ำ ขี่จักรยาน เสือภูเขา และกิจกรรมการปีนหน้าผา ทำให้ปริมาณผู้สนใจ และบริษัทนำเที่ยวที่จัดกิจกรรมในลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น

อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการปีนหน้าผาเบื้องต้น
อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการปีนผาเบื้องต้นแบบ Top Roping มีดังนี้
  • ฮาร์เนส (Harness) หรือสายรัดสะโพก ลักษณะเป็นห่วงส่วนเอวและส่วนขา ซึ่งถูกโยงไว้ด้วยกันโดยสายในล่อนทั้ง ด้านหน้าและด้านหลัง สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 2 ตัน
  • คาราไบเนอร์ (Carabiner) เป็นห่วงเหล็กหรืออะลูมิเนียม อัลลอย (อย่างหลังนิยมกว่าเพราะน้ำหนักน้อยกว่า) สามารถ รับแรงดึงได้ 2 ตัน หลายรูปร่างและขนาด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน มี 2 ประเภทหลักคือ แบบมีตัวล็อก (Screwgate Carabiner) และแบบไม่มีตัวล็อก (Snap Carabiner) สำหรับตัวที่ใช้เกี่ยวกับห่วงฮาร์เนสทุกตัวต้องมีตัวล็อกเสมอ
  • ควิกดรอว์ (Quickdraw) คือสายไนลอนสั้น ๆ ซึ่งมีคาราไบเนอร์เกี่ยวอยู่ตรงปลายทั้ง 2 ข้าง ใช้สำหรับเกี่ยวกับหมุด ตามหน้าผา ป้องกันการตกจากที่สูงทีเดียวถึงพื้น
  • อุปกรณ์บีเลย์ (Belay Device) ใช้ สำหรับผ่อนเชือกให้นักปีนผาและควบคุมความเร็วในการโรยตัว มีชื่อเรียกแตก ต่างกันไปตามรุ่นที่ผลิต เช่น Grigri, Figure of Eight, ATC
  • รองเท้าปีนผา จะมีพื้นเรียบ ไม่มีดอกยาง หัวรองเท้าแคบเพื่อให้สอดเท้าเข้าไปบนช่องหินได้สะดวก เมื่อสวมแล้วต้อง รู้สึกว่าคับแน่นจึงจะเหมาะกับการปีนหน้าผา
  • แมกนีเซียม คาร์บอเนต หรือ ผงชอล์ก เป็นผงคล้ายแป้ง ใส่ถุงผ้า ห้อยไว้ด้านหลังของนักปีนผา ใช้สำหรับลดความชื้น ที่มือเพื่อความถนัดในการเกาะเกี่ยว
  • เชือกสำหรับปีนผา (Kernmantle) เป็นเชือกลักษณะพิเศษ คือ มีความเหนียว ไม่ยืดง่าย สามารถรับแรงดึงได้ถึง 2 ตัน เชือกเส้นหนึ่งประกอบด้วยเชือกเส้นเล็ก 2 เส้นควั่นกันอยู่ชั้นในสุดและพันด้วยไนลอน ความยาวมาตรฐานของเชือกคือ 45 เมตร 50 เมตร และ 60 เมตร

การฝึกปีนผาเบื้องต้น
ตัวอย่างหนึ่งของการฝึกปีนหน้าผา ของชมรมปีนหน้าผากรุงเทพฯ ซึ่งเปิดเป็นโรงเรียนสอนปีนหน้าผา ทำการฝึกโดย เริ่มจากการเรียนรู้ถึงอุปกรณ์ การใช้ ระบบการทำงานและเทคนิคในการปีน

ในการฝึกขั้นต้นหลังจาก การแนะนำอุปกรณ์แล้ว จะเป็นการฝึกการปีนแบบ Bouldering ซึ่งเป็นการปีนโดยใช้เพียง รองเท้าและผงแมกนีเซียม คาร์บอเนตกันลื่นเท่านั้น ในการฝึกปีนหน้าผานั้น มีหลักอยู่ว่าการปีนหน้าผาที่ดี คือต้องเคลื่อน ไหวโดยให้ร่างกายอยู่ในลักษณะสมดุลกัน ลักษณะการปีนของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ผู้ปีนจะต้องสังเกตว่าการเคลื่อน ไหวแบบไหนที่ตนเองถนัดและสามารถเคลื่อนต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียแรงมากเกินไป การปีนต้องอาศัยความมั่นคงของมือ และเท้าในการเกาะและเหยียบ

หลังจากการฝึก Bouldering ก็เป็นการฝึกผูกเงื่อนเชือกปีนผา (Kernmanle) ซึ่งมีความเหนียวแข็งแรง สามารถ รับแรงดึงได้ถึง 2 ตัน บิดให้เป็นห่วง หมุนเกลียว 2 ครั้ง ใช้ปลายเชือกด้านหนึ่งสอดเข้าไปในห่วง แล้วย้อนกลับมาพันขึ้น พันลงตามแนวเดิมของเชือก ซึ่งเป็นการผูกแบบเงื่อนเลขแปด การผูกเชือกนี้สำคัญมากสำหรับนักปีนผา เพราะจะใช้ผูกกับ ห่วงฮาร์เนสเพื่อดึงตัวนักปีนผาไว้กรณีที่ตกลงมา

การปีนผาเบื้องต้นมักจะ เริ่มจากการปีนแบบ Top Roping คือมีผู้ปีนนำ (Leader) นำเชือกขึ้นไปสอดผ่าน แองเคอร์ (Anchor) ซึ่งอยู่ตรงจุดปลายทางของการปีน ดึงเชือกลงมายังพื้นให้ปลายด้านหนึ่งยาวพอที่ผู้ปีนสามารถ ผูกเงื่อนเลขแปดไว้กับฮาร์เนสของตัวเอง ส่วนปลายเชือกอีกด้านหนึ่งนั้น บีเลเยอร์จะร้อยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า บีเลย์ (Belay Device) แล้วคล้องอุปกรณ์บีเลย์ไว้กับห่วงฮาร์เนสของตัวเอง

อุปกรณ์บีเลย์มีอยู่หลาย แบบ ทั้งบีเลย์ เพลต (Belay Plate) รูปร่างแบน มีรู 2 รู คล้ายกระดุมอะลูมิเนียมเม็ดใหญ่ ฟิกเกอร์ ออฟ เอท (Figure of Eight) เป็นอะลูมิเนียมรูปร่างลักษณะคล้ายเลขแปดอาระบิก ห่วงบนและห่วงล่างมีขนาด ไม่เท่ากัน อุปกรณ์อีกตัวคือ ATC ลักษณะคล้ายตะกร้าใบเล็ก เป็นชนิดหนึ่งของบีเลย์ บางครั้งอาจจะใช้กรีกรี (Grigri) ซึ่งมีคันโยกสำหรับผ่อนเชือกและมีตัวล็อกอัตโนมัติช่วยผ่อนแรงได้ด้วย

สำหรับการฝึกเบื้องต้น ของชมรมปีนเขา จะใช้เวลาในการฝึกที่ชมรมเป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ จึงจะมีการเดินทางไป ยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม
นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากชมรม และบริษัทนำเที่ยวที่จัดกิจกรรม ปีนหน้าผา และการโรยตัวจากหน้าผาได้ หรือสามารถหาอ่านข้อมูลได้จาก “คู่มือแนะนำเส้นทางปีหน้าผาในเมืองไทย” โดยสมพร สืบเหตุ

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

การเตรียมตัวไปล่องแก่ง


ก่อนจะไปล่องแก่งควรเตรียมตัวสำหรับการเดินทางให้เหมาะสมเพื่อให้ได้รับความสนุกสนาน ความปลอดภัย โดยไม่ส่งผลกระทบกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้

Photobucket

1. พื้นที่ที่จะเดินทางไปส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตป่าต้นน้ำที่ธรรมชาติมีความเปราะ บาง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะ ต้องติดต่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ถูกต้อง เช่น การขออนุญาตต่อกรมป่าไม้ หน่วย งานที่ดูแลพื้นที่เหล่านั้นด้วย

2. การล่องแก่งเป็นกิจกรรมประเภทท่องเที่ยวธรรมชาติกึ่งการผจญภัย จำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัด ระวังอย่างยิ่งในการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ โดยเลือกใช้บริการที่มีการจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวแล้วเรียบร้อย และตรวจสอบรายการท่องเที่ยว และข้อตกลงต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เช่น การประกันภัย เครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีการให้บริการ

3. การเตรียมตัวท่องเที่ยวทางน้ำ ควรเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม เช่น กางเกงขาสั้น และเสื้อผ้า ควรใช้ผ้าที่ แห้งง่าย รองเท้าแตะที่มีสายรัดจะดีมาก เพราะต้องเตรียมพร้อมที่จะเปียกน้ำ และขึ้นไปเดินบนฝั่ง หากมีการเดินป่าระยะทางไกล ก็จำเป็นต้องนำรองเท้าผ้าใบไปอีกคู่หนึ่ง ในช่วงฤดูหนาวควรมีเสื้อแจ๊กเกต ผ้ากันลมไว้ใส่กันหนาวช่วงที่ล่องแก่งด้วย

4. เสื้อผ้า อุปกรณ์สำหรับแค้มปิ้ง และกล้องถ่ายภาพ และของใช้ต่าง ๆ ควรใส่ถุงพลาสติก หรือถุงกันเปียก ให้เรียบร้อย การเตรียมสัมภาระต่าง ๆนำไปเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เพราะพื้นที่ขนสัมภาระจำกัด

5. ในการล่องแก่งควรศึกษาข้อปฏิบัติการพายเรือ พยายามมีส่วนร่วมในการเดินทางอย่างดี ควรปฏิบัติตัว ตามคำแนะนำของกัปตันเรือ และมัคคุเทศก์

6. หากมีการรับประทานอาหาร หรือไปประกอบอาหารในป่า ควรเลือกรายการอาหารที่สะดวกง่าย และ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องกระป๋อง ภาชนะประเภทกล่องโฟม ขวดน้ำ พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เพื่อลดขยะ และมลพิษ ทุกครั้งที่เก็บแค้มป์ ควรดูแลความสะอาด พยายามให้พื้นที่กลับสู่สภาพเดิมให้มากที่สุด

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สัตว์ทะเลที่อาจะมีอันตราย

สัตว์ทะเลที่อาจะมีอันตราย
อนึ่ง สรรพชีวิตทั้งหลายในทะเล มิได้ต้องการจู่โจมทำร้ายมนุษย์ อันตรายที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาป้องกันตัว มีน้อยมากที่ทำร้ายเราเพราะต้องการอาหาร และในจำนวนนั้นทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด สิ่งมีชีวิตหลายแสนชนิดของท้องทะเล ไม่มีชนิดใดที่ล่ามนุษย์เป็นอาหารโดยตรง
คนที่ทำร้ายสัตว์ทะเลก่อน เพราะกลัวเขาจะมาทำร้ายเรา คนพวกนั้นมักได้รับอันตรายจากสัตว์ทะเล
สัตว์ทะเลมีพิษ
ปลา
ปลาหลายชนิดมีพิษอยู่ที่เงี่ยง พิษเหล่านี้ใช้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เช่น ปลากระเบน ปลาหิน ปลาสิงโต ปลาดุกทะเล ปลาสลิดทะเล ฯลฯ โอกาสที่เราจะโดนพวกเขาทำร้ายมีน้อยมาก ทุกกรณีเกิดจากเราไปทำร้ายเขาก่อน ตัวอย่างต่อไปนี้คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาแล้ว
  • นักท่องเที่ยวไปเดินในน้ำตื้นแล้วเหยียบปลากระเบน
  • นักท่องเที่ยวไปจับปลาดุกทะเลหรือสลิดทะเลที่ตายแล้ว แต่เงี่ยงยังมีพิษอยู่
  • นักดำน้ำไปจับหรือโดนปลาหินหรือปลาสิงโตเพราะไม่ระวังตัว
  • นักดำน้ำไปขี่หรือเกาะปลากระเบน บางตัวใหญ่มาก เงี่ยงอาจทะลุตัวเหมือนโดนแทงได้
อาการ
เมื่อโดนจะปวดแผลฉับพลัน อาจตกใจหรือเกิดตะคริวจนจมน้ำได้
รักษา
ดึงเงี่ยงที่อาจหักค้างอยู่ออกจากแผล ใช้ของร้อนประคบ เช่น น้ำอุ่น ที่เป่าผม หินเผาไฟ ดูอาการว่าถ้ารุนแรงให้นำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที
งูทะเล
ในทะเลมีงูประมาณ 50 ชนิด พบบ่อยที่สุดใน แนวปะการังเมืองไทย คืองูทะเลปล้องดำ มีพิษ ร้ายแรง แต่โดยธรรมชาติงูทะเลจะไม่ทำร้าย มนุษย์ โดนเจตนา (ยกเว้นในช่วงผสมพันธุ์และ เป็นเพียงบางครั้ง) ตามปรกติงูทะเลจะไม่สนใจ เราเลย เขาจะว่ายน้ำหาอาหารโดยมุดหัวไปตาม ซอกแล้วใช้จมูกดมเพื่อกินไข่ปลาหรือกุ้ง บางครั้งเขาอาจเข้าใกล้เรามาก ไม่จำเป็นต้อง ตกใจจนว่ายหนีฉุกละหุก เมื่อเจองูทะเลให้ว่าย หนีออกมาช้าๆ
อาการ
พิษงูทะเลเป็น Myotoxic มีผลต่อกล้ามเนื้อ ปัสสาวะมักเปลี่ยนสี
รักษา
ให้ปฐมพยาบาลเหมือนโดนงูกัด แล้วหาแพทย์ทันที อย่างไรก็ตาม ทางทีมงาน TalayThai ไม่เคยได้ยินว่ามีนักท่องเที่ยวหรือนักดำน้ำโดนงูทะเลกัด ทั้งหมดที่ทราบคือชาวประมงที่หา ปลาในป่าชายเลน
เม่นดอกไม้ทะเล
เม่นดอกไม้และเม่นข่นสั้นบางชนิด พบตามพื้น ทรายนอกแนวปะการัง มีพิษร้ายแรงอย่าจับ โดยเด็ดขาด แต่หากโดดให้พบแพทย์โดยด่วน
ดาวหนาม
ดาวหนามเป็นสัตว์กินปะการัง พบได้ทั่วไป หนามตามตัวแข็งแรงและแหลมมาก หากโดนเข้าไป จะรู้สึกแปลบ แผลจะหายยากมาก บางครั้ง 6 เดือนแล้วยังไม่หาย (โดนมาแล้ว)
หมึกทะเล
หมึกทะเลเป็นสัตว์กลุ่มหอย ทุกชนิดสามารถกัดเราด้วยฟันคล้ายปากนกแก้ว บางชนิดมีพิษ เช่น หมึกกระดอง แต่ส่วนใหญ่พิษมักไม่มีผลต่อมนุษย์ ยกเว้นหมึกสายวงฟ้า มีพิษร้ายแรงมากจน ถึงตาย แต่เท่าที่ทราบ ไม่มีรายงานหมึกสายกลุ่มนี้ในเมืองไทย
หอยเต้าปูน
หนึ่งในสัตว์มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก (ใช้ยิง ไดโนเสาร์ในเรื่อง The Lost World) ฟันหอยเปลี่ยนรูปเป็นฉมวก เมื่อหอยเจอเหยื่อ หรือป้องกันตัว จะยื่นงวงออกมาก่อนยิงฉมวกใส่ หลายชนิดมีพิษถึงตาย เช่น หอยเต้าปูนลาย แผนที่ การหลีกเลี่ยงทำได้ง่ายมาก คือ ไม่พยายามไปจับหอยเหล่านั้น หรือเก็บหอยมา ไว้ในกระเป๋าเพื่อเอากลับบ้าน เป็นของที่ระลึก
แมงกะพรุน
พิษเกิดจากเข็มพิษ เรียกว่า Nematocyst (นีมา โตซิส) ความรุนแรงของพิษต่างกันออกไป ตามแต่ละชนิดและขนาดตัว พิษเหล่านี้อยู่ที่ หนวดและยังมีพิษอยู่ แม้แมงกะพรุนตายแล้ว หนวดบางเส้นยาวแต่ใส ทำให้พวกเรา มองไม่เห็น วิธีการว่ายหลบแมงกะพรุนจึงควร หลบทางหัว อย่าหลบทางหนวดเด็ดขาด แมงกะพรุนบางชนิดมีพิษรุนแรงถึงตาย เช่น แตนทะเล แต่มีอยู่น้อยมากไม่ค่อยพบในน่านน้ำ ไทย
ปะการัง ดอกไม้ทะเล ไฮดรอยด์
มีเข็มพิษที่หนวด เช่นเดียวกับแมงกะพรุน
อาการ
เป็นผื่นแดง คันมาก บางชนิดมีพิษแรงอาจถึงขั้นแผลไหม้
รักษา
อย่าใช้น้ำราดแผลเพราะจะทำให้เข็มพิษยิงต่อไป ให้หยิบหนวดที่อาจติดอยู่ที่ไป (คนหยิบต้อง ใส่ถุงมือด้วยนะครับ) ใช้น้ำส้มสายชูจำนวนมากราดแผล ฤทธิ์ของน้ำส้มสายชูจะหยุด การทำงานของเข็มพิษ หากเป็นมากให้ส่งแพทย์โดยด่วน
สัตว์อื่นๆ
มีสัตว์หลายชนิดที่มีพิษ เช่น บุ้งทะเล ปะการังไฟ ฟองน้ำไฟ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงพิษเหล่านั้นได้ ถ้าเราระวังตัวอยู่เสมอ ข้อแนะนำที่ได้ผลดีที่สุดคือ "อย่าจับสัตว์ทะเลทุกชนิด ไม่ว่าคุณจะรู้จัก คิดว่ารู้จัก หรือไม่รู้จัก" เราจะไม่ทำร้ายสัตว์ทะเลและไม่ทำร้ายตัวเราเอง
สัตว์ทะเลที่อาจมีอันตราย
ฉลาม
สัตว์ชอบงับมนุษย์ในตามสายตาของคนทั่วไป แต่เป็นปลาที่สง่างามและยิ่งใหญ่ที่สุด ของท้องทะเลในสายตาบางคน สำหรับเรา หลายสิบครั้งที่เจอ เราไม่เคยว่ายหนีฉลาม เพราะทราบกันดีว่าเขาไม่ไม่ใช่สัตว์ดุร้าย ฉลามบางชนิดอาจเป็นอันตราย เช่น ฉลามเสือ แต่หลายชนิดไม่ได้เป็นเช่นนั้น เช่น ฉลามครีบงิน ฉลามหัวค้อน มีรายงานว่าจู่โจมมนุษย์น้อยยิ่งกว่าน้อย ส่วนใหญ่เป็นคำร่ำลือในทางที่ผิดมากกว่า
ไม่มีรายงานว่าฉลามจู่โจมมนุษย์ในเมืองไทย มากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ถ้าคุณเจอฉลาม จงใช้ความระมัดระวังทุกครั้ง อย่าประมาท อาจค่อยๆ ว่ายน้ำหนีห่างออกมา แต่ไม่จำเป็นต้องตกใจ โอกาสฉลามกินคนในเมืองไทย น้อยกว่าโอกาสที่รถจะวิ่งเข้าไปชนคุณถึงเตียงนอนในบ้านเสียอีก
ปลาสาก
รูปร่างที่น่ากลัว ทำให้หลายคนกลัวปลาสาก แต่ความเป็นจริงแล้วเราไม่เคยได้ยินว่า ปลาสากจู่โจมมนุษย์ในเมืองไทย แม้แต่ใน เมืองนอกก็น้อยเต็มที ปรกติปลาสากจะรวม ฝูงเพื่อพักผ่อน ในตอนกลางวัน บางครั้งอาจ ว่ายมาดูเราจนใกล้หรือ ติดตามเราตลอด การดำน้ำ ถือเป็นเรื่องปรกติ ในตอนกลางคืน ปลาสากจะล่าเหยื่อ คุณที่ไป Night Dive อาจเห็นปลาสากพุ่งเข้าใส่ แต่ไม่ต้องกลัว เพียงหลบออกจากบริเวณนั้น หรือดับไฟ หลอกล่อปลาสากจะหนีไปในที่สุด
อาการ
เป็นผื่นแดง คันมาก บางชนิดมีพิษแรงอาจถึงขั้นแผลไหม้
รักษา
อย่าใช้น้ำราดแผลเพราะจะทำให้เข็มพิษยิงต่อไป ให้หยิบหนวดที่อาจติดอยู่ที่ไป (คนหยิบต้อง ใส่ถุงมือด้วยนะครับ) ใช้น้ำส้มสายชูจำนวนมากราดแผล ฤทธิ์ของน้ำส้มสายชูจะหยุด การทำงานของเข็มพิษ หากเป็นมากให้ส่งแพทย์โดยด่วน
ปลาไหลมอเรย์
แม้รูปร่างจะน่ากลัว แต่ปลากลุ่มนี้ไม่ดุร้าย โอกาสที่เราจะโดนกัด มักเป็นช่วงผสมพันธุ์ หรือเขาอยู่ในโพรง เรามองไม่เห็นไปจักข้างโพรง จึงโดนกัด
อาการ
เป็นผื่นแดง คันมาก บางชนิดมีพิษแรงอาจถึงขั้นแผลไหม้
รักษา
อย่าใช้น้ำราดแผลเพราะจะทำให้เข็มพิษยิงต่อไป ให้หยิบหนวดที่อาจติดอยู่ที่ไป (คนหยิบต้อง ใส่ถุงมือด้วยนะครับ) ใช้น้ำส้มสายชูจำนวนมากราดแผล ฤทธิ์ของน้ำส้มสายชูจะหยุด การทำงานของเข็มพิษ หากเป็นมากให้ส่งแพทย์โดยด่วน
เม่นทะเล
เม่นดำหนามยาวเป็นสัตว์ที่ทุกคนรู้จักดี หลายคนเคยโดนหนามเม่นทิ่มมาก่อน วิธีแก้ไข ไม่ยาก ใช้ขวดนวดแผลไปมา หนามข้างในจะ แตกและหายไปในเวลา 24 ชั่วโมง อย่าบ่ง หรือทุบแผลรุนแรง อาจอักเสบ ให้กินยาแก้ ปวดช่วย การป้องกันให้ระวังตัวเสมอ โดย เฉพาะนักดำน้ำแบบ Snorkelling อย่ายืนบน ก้อนปะการัง อย่าเข้าไปในบริเวณที่ตื้นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีคลื่นลม คลื่นอาจซัด เราไปโดนเม่นทะเลได้
สัตว์อื่น
มีสัตว์อีกหลายชนิดที่อาจเป็นอันตราย เช่น กั้งตั๊กแตน ปลาปักเป้า เพรียง หอยนางรม ฯลฯ แต่ทุกอย่างมีทางป้องกันโดยไม่ประมาท สำหรับแผลที่เกิดขึ้นจากปะการังหรือ สัตว์ใต้ทะเล ทำร้าย บางครั้งอาจติดเชื้อจากน้ำทะเล ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อและรักษาความสะอาดแผลอย่างดี
ที่มา : talaythai.com

การเตรียมตัวเดินทาง และข้อควรปฎิบัติในการเที่ยวน้ำตก

การเตรียมตัวเดินทาง และข้อควรปฎิบัติในการเที่ยวน้ำตก
การเตรียมตัวเดินทางเที่ยวน้ำตก
  1. ศึกษาหาข้อมูล เกี่ยวกับน้ำตกที่จะเดินทางไปเที่ยวในทุก ๆ ด้าน เช่น การเดินทาง สภาพของ น้ำตก ที่ตั้ง และพื้นที่ ว่าอยู่ในพื้นที่ประเภทไหน เช่น อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือพื้นที่ที่ อยู่ในความดูแลของจังหวัด นักท่องเที่ยวจะต้องทราบข้อมูล ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนถึงการเข้าถึงตัวน้ำตก ซึ่งบางแห่งรถยนต์เข้าถึง บางแห่งต้องเดินเท้า ต่อ บางแห่งต้องเดินป่าและบางแห่งอาจต้องล่องแก่งเข้าไป หรือจำเป็นต้องพักค้างแรมในป่า
  2. วางแผนการเดินทาง โดยนำข้อมูลมาจัดเรียง เช่น ในบางพื้นที่อาจจะมีน้ำตกอยู่ใกล้เคียงกัน หลายแห่ง บางพื้นที่อาจมีจุดสนใจใกล้เคียงอื่น ๆ ด้วย จึงต้องจัดการเดินทางออกเป็นวัน ๆ
  3. ติดต่อประสานงานล่วงหน้า เท่าที่จะทำได้ เพื่อความแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นพาหนะ การจองตั๋ว ล่วงหน้า จอง ที่พัก โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือหากเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งต้องทำหนังสือขออนุญาต เข้าไปศึกษาธรรมชาติก่อนจึงจะเข้าไปในพื้นที่ได้ แต่เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าบางแห่ง อาจอนุโลมให้เข้าไป เที่ยวชมได้ เช่น น้ำตกโตนงาช้าง และน้ำตกทีลอซู
  4. เตรียมพาหนะให้พร้อม หากเป็นรถที่ขับไปเองต้องตรวจสภาพเส้นทางในช่วงนั้น ตรวจความพร้อมของ พาหนะให้สมบูรณ์ หากเป็นรถที่เช่าเหมาไปต้องบอกข้อมูลกับคนขับให้ทราบเพื่อการเตรียมตัว
  5. รองเท้าที่เตรียมไป ควรให้เหมาะกับสภาพของน้ำตกที่จะเดินทางไป เช่น หากเป็นน้ำตกที่รถ เข้าถึง ไม่ ต้องเดินมาก ก็อาจเป็นรองเท้าแตะแบบรัดส้นธรรมดา แต่หากต้องเดินมากหน่อยใน เส้นทางที่ค่อนข้าง สมบุกสมบัน ควรใช้รองเท้าผ้าใบที่สวมสบาย ๆ พร้อมจะลุยและเปียกน้ำ เพราะบางช่วงต้องข้ามน้ำ หรือ หากเป็นเส้นทางเดินป่า เช่น น้ำตกขุนพองที่ต้อง เดินป่า ประมาณ 10 กิโลเมตร ก็ควรใช้รองเท้าสำหรับเดิน ป่า
  6. เตรียมอุปกรณ์เพื่อพักแรมในป่า รวมทั้งน้ำและอาหารให้พร้อม ในกรณีที่ต้องพักค้างกลางป่า
  7. เตรียมยากันแมลง ทาก และชุดสามัญ
  8. เตรียมร่างกายให้แข็งแรง
ข้อควรระวังในการเที่ยวน้ำตก
  1. เนื่องจากช่วงของการเดินทางเที่ยวน้ำตกนั้น มักอยู่ในฤดูฝน ควรจะตรวจตรา ระวังในเรื่อง ระดับน้ำและ น้ำป่า หากสังเกตว่าธารน้ำตกมีน้ำเต็มเปี่ยม ไหลแรง การเดินข้ามลำธารหรือ ลงเล่นน้ำควรต้องเพิ่มความ ระมัดระวัง หรือพยายามหลีกเลี่ยง และหากมีฝนตกหนักบริเวณนั้น หรือในผืนป่าต้นน้ำเป็นเวลานาน ๆ ควรขึ้นจากสายน้ำ และขึ้นมาอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย
  2. การเดินป่า หรือเลาะริมลำธาร หากจำเป็นต้องตัดข้ามไปมาบ่อยครั้ง ก็ควรยอมเปียกด้วยการ เดินลุยน้ำ เพราะการโดดข้ามไปตามก้อนหิน อาจเสี่ยงต่อการลื่นล้มได้รับบาดเจ็บได้
  3. หากจะต้องตั้งแค้มป์พักแรมกลางป่า ควรตั้งในที่สูงขึ้นมาจากสายน้ำพอสมควร เพราะอาจเกิด น้ำป่าไหล หลากลงมาได้
  4. ไม่ประมาท หรือหยอกล้อกันในบริเวณที่อาจจะเกิดอันตราย เช่น ริมผาน้ำตก ริมลำธาร เป็นต้น
  5. น้ำตกบางแห่งมีคำเตือน "ห้ามเล่นน้ำในบางบริเวณนี้" เช่น บริเวณอ่างน้ำตกพรหมโลก นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบริเวณที่มีน้ำวน ทำให้ผู้ลงไปเล่น จมน้ำเสียชีวิตได้ จึงไม่ควรฝ่าฝืน
  6. ควรระมัดระวังอย่าให้การเข้าไปเที่ยวน้ำตกของท่าน เป็นการรบกวนหรือทำลายธรรมชาติ
ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ
  1. ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในการเที่ยวน้ำตก เพราะนอกจากจะทำให้เกิดการมึนเมา เสี่ยงต่อการ จมน้ำ หรือพลัดตกจากผาน้ำตกแล้ว เศษแก้วเศษขวดที่แตกยังเป็นอันตรายต่อ ผู้อื่นและธรรมชาติอีกด้วย
  2. ควรเคารพสิทธิ์ผู้อื่นที่เดินทางเข้าไปสัมผัสธรรมชาติร่วมกัน
  3. ไม่ทิ้งขยะในทุกพื้นที่ ยกเว้นภาชนะที่ได้จัดไว้ให้เท่านั้น
  4. ช่วยกันเก็บขยะออกจากพื้นที่ เพื่อให้แหล่งธรรมชาติงดงามน่าชมตลอดไป
  5. ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่นั้น ๆ เช่น กฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติ หรือกฎข้อ บังคับของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
  6. ควรให้การเดินทางเข้าไปสัมผัสธรรมชาติของท่านเป็นการเรียนรู้ที่คุ้มค่าที่สุด

การเตรียมตัว และ ข้อควรปฏิบัติของนักดูนก

การเตรียมตัว และ ข้อควรปฏิบัติของนักดูนก
การเตรียมตัวไปดูนก
การดูนกถือเป็นการเดินทางไปชมธรรมชาติหรือป่าเขาลำเนาไพรที่เรามักนิยมทำกัน แต่ในการเดินทางไปชม ธรรมชาติในครั้งนี้ เราจะเน้นที่นก ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีกล้องสองตา (Binoculars) หรือกล้องเทเลสโคป (Telescope) ติดตัวไปด้วย เพื่อช่วยให้เห็นนกได้อย่างชัดเจน เห็นรายละเอียดของรูปร่าง สีสัน และพฤติกรรม ต่าง ๆ ราวกับว่านกที่เราเห็นกำลังเกาะ กระโดด หรือบินอยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา
ก่อนออกเดินทางไปดูนกในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นในอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า พื้นที่อนุรักษ์ หรือสถานที่ดูนก (Birding Spot) นักดูนกทุกคนควรเตรียมตัวดังต่อไปนี้ เพื่อให้การเดินทางไปดูนก ในธรรมชาติได้รับประโยชน์สูงสุด
  1. ศึกษาและหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปดูนกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่น เส้นทางที่ใช้เดินทางไป สถานที่ดูนก เส้นทางภายในสถานที่ดูนก พืชพรรณธรรมชาติ และลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ลักษณะ ของที่พัก ซึ่งอาจเป็นบ้านพัก หรือต้องกางเต็นท์ รวมทั้งการขออนุญาตเข้าไปใช้พื้นที่ล่วงหน้าด้วย
  2. ศึกษาชนิดของนกที่อาจพบในสถานที่ที่จะไปดูนก โดยติดต่อขอรายชื่อนกที่สำรวจพบในพื้นที่นั้น ๆ จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  3. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดูนกภาคสนามให้พร้อม ได้แก่ กล้องสองตา กล้องเทเลสโคป คู่มือดูนก สมุด บันทึก ปากกา หรือดินสอ ควรตรวจสภาพกล้องสองตาให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
  4. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเดินทางไปดูนกในธรรมชาติ เช่น หมวก กระติกน้ำ และอุปกรณ์ส่วนตัวอื่น ๆ ถ้าหากเดินทางไปดูนกในช่วงฤดูฝน ควรเตรียมร่ม เสื้อกันฝน และถุงพลาสติก เพื่อใช้ใส่กล้องสองตาไป ด้วย
  5. แต่งกาย หรือจัดเตรียมเสื้อผ้า ซึ่งมีสีสันเข้ากับสภาพแวดล้อม เช่น เขียว น้ำตาล น้ำเงิน เ เทา หรือดำ ไม่ ควรใส่เสื้อผ้า หรือหมวกสีขาว หรือสีสดใสอื่น ซึ่งถือว่าเป็นสีเตือนภัย (Warning Color) เพราะนก สามารถมองเห็นได้แต่ไกลและอาจบินหนีไปก่อนที่เราจะได้เห็นตัว
ข้อควรปฏิบัติ
เมื่อกิจกรรมดูนกแพร่หลายออกไปก็จำเป็นต้องมีข้อปฏิบัติที่เป็นหลักเกณฑ์ไปในทางเดียวกัน เพื่อให้นักดูนกทุก คนได้คำนึงถึงความสุขของนกมากที่สุด และต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นด้วย นักดูนกทุกคนควรยึดข้อ ควรปฏิบัติ 9 ประการ ดังนี้
  1. ความสุขของนกต้องมาก่อน การดูนก การถ่ายภาพ การอัดเสียง รวมทั้งการศึกษาทางวิชาการ ควรคำนึงเสมอว่า ต้องไม่เป็นการรบกวน หรือสร้างความลำบากให้แก่นก
  2. อนุรักษ์แหล่งอาศัยหากินของนก การกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูนกต้องไม่เป็นการบุกรุก ทำลายแหล่งอาศัยหากินของนกจนพื้นที่นั้นเสียหายหรือเสื่อมโทรมลงไป
  3. เมื่อพบนกที่หายากทำรัง ต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์ก่อนสิ่งอื่นใด พยายามคุ้มครองนกให้ดีที่สุด ควรบอก เฉพาะผู้ที่ควรจะทราบเท่านั้น ไม่ควรรีบบอกต่อไปยังนักดูนกคนอื่น ๆ เพราะอาจทำให้นักดูนกจำนวน มากมุ่งไปดูนกที่หายากจนเป็นการรบกวนนก
  4. มื่อพบนกย้ายถิ่นที่หายาก ต้องนึกอยู่เสมอว่า หากข่าวแพร่ออกไปต้องมีนักดูนกมาดูกันมาก ซึ่งอาจมีผล กระทบอื่น ๆ ตามมา เช่น เป็นการรบกวนนก รวมทั้งเจ้าของพื้นที่และผู้อยู่ใกล้เคียง พื้นที่ที่นกหากินอาจ เกิดความเสียหาย หรือเกิดปัญหากับเจ้าของพื้นที่หรือไม่
  5. ปฏิบัติตามกฎหมายอนุรักษ์เสมอ ไม่ว่าจะไปดูนกยังสถานที่ใด เราควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายที่ อนุรักษ์นกและพื้นที่นั้นเสมอ
  6. เคารพสิทธิของเจ้าของพื้นที่ ไม่ควรเข้าไปดูนกภายในพื้นที่ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ การไปทุก ครั้งควรแจ้งให้เจ้าของพื้นที่ทราบล่วงหน้าเสมอ
  7. เคารพสิทธิของผู้อื่นที่ใช้สถานที่ร่วมกัน ในขณะที่ผู้อื่นดูนกอยู่ ไม่ควรทำให้นกตกใจ จนบินหนีไป ต้องคำนึงเสมอว่ามีผู้อื่นที่ใช้สถานที่ร่วมอยู่กับเรา และหากมีผู้อื่นที่ไม่ใช่นักดูนก อยู่ในบริเวณนั้นด้วย ไม่ควร กระทำสิ่งใดที่เป็นการรบกวนกิจกรรมที่เขากำลังดำเนินอยู่
  8. รายงานการพบนกให้หน่วยงานที่เก็บข้อมูลและเจ้าของพื้นที่เก็บไว้ การศึกษาและอนุรักษ์นกในปัจจุบันมี ผลมาจากการรายงานการพบนกของนักดูนกในอดีต ดังนั้น การที่เรารายงานการพบนกในปัจจุบันให้ผู้ที่ เกี่ยวข้องได้ทราบ จะเป็นประโยชน์ต่อการดูนก การศึกษา และการอนุรักษ์นกในอนาคต
  9. ปฏิบัติเช่นเดียวกับในต่างประเทศ ไม่ว่ากฎหมายของแต่ละประเทศบัญญัติไว้ต่างกันเช่นไร แต่การดูนกก็ มีหลักเกณฑ์เหมือนกันทุกแห่ง นักดูนกจึงควรยึดหลักเกณฑ์ที่กล่าวมา แล้วในทุกแห่ง เพื่อการดูนกจะได้ เป็นกิจกรรมสากลในระดับนานาชาติอันจะเป็นผลดีในการ ร่วมมือกันอนุรักษ์นกต่อไป

เตรียมตัวเที่ยวป่า

เตรียมตัวเที่ยวป่า
ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติในป่านั้น ต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม ดังนี้
1. สถานที่
ต้องหาข้อมูลของสถานที่นั้นให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อจะได้จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะแต่ละ สถานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกัน
2. การแต่งกาย
การแต่งกายควรเป็นชุดที่ใส่สบาย คล่องตัว และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น สีเขียว หรือ น้ำตาล
หมวก นับว่ามีประโยชน์มากในการเดินป่า หมวกที่เลือกใช้จะเป็นหมวกปีกหรือหมวกแก็บก็ได้
เสื้อและกางเกง ควรใส่เสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันแมลง หนามและแสงแดด เนื้อผ้าควรเป็นชนิดที่ซับน้ำ ได้ดี เพื่อจะได้ดูดซับเหงื่อช่วยระบายความร้อน กางเกงควรเป็นกางเกงที่สวมสบาย
เสื้อผ้าควรแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดเดินป่า 1 ชุด และชุดนอน 1 ชุด นอกจากนั้นควรมีเสื้อแจ็กเก็ตอีก 1 ตัว และถุงเท้า เพราะในเวลากลางคืนในป่าจะมีอากาศเย็น
รองเเท้า เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรเป็นรองเท้าเดินป่าหุ้มส้นที่แข็งแรงและสวมใส่พอดี
3. อุปกรณ์เดินป่า
เป้หลัง ควรเลือกชนิดที่เบา มีขนาดกะทัดรัดคล่องตัว เต็นท์ ถุงนอน เปลสนาม ไฟฉาย เสื้อ กันฝน มีดพก กระติกน้ำ หม้อสนาม ชุดยาสามัญ เชือก สมุดบันทึก ถุงพลาสติก ฯลฯ
4. การเดินป่า
ก่อนออกเดินป่าควรสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม ดื่มน้ำให้อิ่ม และเติมกระติกน้ำให้เต็ม ศึกษาจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางให้เข้าใจ




ข้อปฏิบัติของนักเท่องเที่ยวในแนวประการัง

ข้อปฏิบัติของนักเท่องเที่ยวในแนวประการัง
นักดำน้ำอาจเป็นผู้ที่ทำลายแนวปะการังลงไปโดยไม่ตั้งใจ นักดำน้ำที่ดี จะพยายามไม่แตะต้องแนวปะการังเลย เราสามารถที่จะหลีกเลี่ยงความเสียหายนี้ได้ดังต่อไปนี้
  1. ใช้ตะกั่วถ่วงน้ำหนักให้เหมาะสม และเอาใจใส่กับการปรับการลอยตัวอย่างเคร่งครัด
  2. ควบคุมการใช้ตีนกบเมื่อว่ายอยู่เหนือแนวปะการัง ระวังอย่าเตะตีนกบไปถูกแนวปะการัง
    และอย่าเตะทราย ให้ฟุ้งขึ้นมา เพราะทรายที่คลุ้งลอยไปตกบนตัวปะการัง จะทำให้ปะการังตาย
  3. อย่าเก็บสิ่งของจากท้องทะเลโดยเด็ดขาด
  4. อย่ายืนพักตัวบนปะการัง โขดปะการังขนาดใหญ่ แม้จะดูแข็งแรง
    แต่ในตัวมันนั้นคือชีวิตปะการังตัวเล็ก ๆ ที่อาจจะตายได้แค่ถูกสัมผัส
  5. อย่าแตะต้องแนวปะการัง หลีกเลี่ยงการจับต้องปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่
    เพียงมือไปสัมผัสลงบนตัวปะการัง เพียงเบา ๆ แม้จะไม่ทำให้มันหักลงมาก็ตาม แต่อาจจะฆ่าตัวปะการังได้
  6. เก็บอุปกรณ์ที่เป็นสายระโยงระยางให้เรียบร้อย นักดำน้ำที่ปล่อยให้สายอากาศสำรอง
    หรือสายวัดอากาศ ลากไปมักจะไปเกี่ยวกับปะการังอยู่เสมอ ๆ
  7. รัดเข็มขัดตะกั่วให้เรียบร้อย เข็มขัดตะกั่วถ้าเกิดตกลงไปจะทำให้ปะการังเสียหายมาก
  8. อย่าสัมผัสหรือจับต้องสัตว์น้ำทุกชนิด อย่าดำน้ำไล่ต้อน แต่ให้เฝ้าชมอยู่ในระยะห่างพอสมควร
    โดย เฉพาะสัตว์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นปลากระเบนราหูหรือปลาฉลามวาฬ เพราะจะเป็นเหตุให้ สัตว์ใหญ่ เหล่านี้ตื่นกลัวและอาจจะไม่ยอมเข้าใกล้นักดำน้ำอีกเลย

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การเตรียมตัว camping

การเตรียมตัว camping

การหาข้อมูล

ต้องเลือกจุดหมายปลายที่จะเสียก่อน แล้วดูว่าเหมาะสมกับฤดูกาล ที่จะไปหรือเปล่า แหล่งข้อมูลที่เราสามารถค้นคว้า ได้แก่
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. สำนักงานใหญ่ โทร. 2810422
- สวนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 5794842
- สวนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ โทร. 5792776 , 57948
- หนังสือ นิตยสารท่องเที่ยว ทั่วๆ ไป จะมีข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยว
- สถานที่พักผ่อนที่เปิดบริการในสถานที่นั้นๆ เช่น โรงแรม รีสอร์ท บังกาโล
- บริษัททัวร์ ชมรม สโมสร มูลนิธิ สมาคม


การเลือกทำเลที่ตั้งแค้มป์ และข้อควรปฎิบัติในการตั้งแค้มป์

1. กำหนดสถานที่ตั้งแค้มป์ ไว้ล่วงหน้า และควรทำการขออนุญาต เจ้าของพื้นที่เสียก่อน
2. หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่ จะตั้งแค้มป์ จากชาวบ้านหรือเจ้าของพื้นที่
3. ก่อนเดินทางควรจะฝึกกางเต็นท์ และเก็บเต็นท์ ให้เป็นเสียก่อน
4. ควรถึงสถานที่ตั้งแค้มป์ ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน อย่างน้อย 1 ชม.
5. ควรสังเกตพื้นที่ ที่จะตั้งแค้มป์ ว่าเป็นทางเดินของสัตว์ หรือไม่ โดยสังเกตจากรอยเท้า
6. ควรตั้งแค้มป์ในบริเวณที่มีแสงแดด
7. ก่อนตั้งแค้มป์ ควรที่จะปัดกวาดใบไม้ใบหญ้า เอาไปเผาเสียให้หมด
8. ก่อนกางเต็นท์ ควรตรวจดูทิศทางลม แล้วกางเต็นท์ บริเวณต้นลม
9. ควรตั้งแค้มป์ บริเวณที่มีพื้นที่ราบเรียบปราศจาก โขดหินเกะกะ และตอไม้
10. ควรดูทางหนทีไล่รอบๆ แค้มป์ เพื่อที่เกิดกรณีฉุกเฉิน เราจะได้หาทางหนีได้ทัน
11. ควรแบ่งงานกันทำตามหน้าที่
12. ควรมีการสำรองฟืนไว้ โดยการเลือกฟืนนี้ควรเลือกไม้เนื้อแข็ง เพราะจะติดไฟง่าย และอยู่ได้นาน
13. การเข้าไปปลดทุกข์ในป่า ควรห่างจากลำห้วย หรือแม่น้ำ โดยใช้ไม้ หรือมีดปลายแหลม ขุด แล้วกลบให้เรียบร้อย
14. ภาชนะ และสิ่งของเครื่องใช้ ควรรักษาให้สะอาดเสมอ เช่น ขวดน้ำ ควรมีฝาปิดให้มิดชิด
15. ควรทำความสะอาด ที่พัก และบริเวณโดยรอบให้สะอาดก่อนที่จะเดินทางออกไป

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การเตรียมตัวก่อนเดินป่า

การเตรียมตัวก่อนเดินป่า


เตรียมตัวก่อนเดินป่า

สำหรับนักผจญภัยที่รักการเดินป่าเป็นชีวิตจิตใจ และเดินป่าเป็นประจำ คงพอรู้วิธี มีเคล็ดลับเฉพาะตัวว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรในป่าใหญ่อยู่แล้ว แต่สำหรับผู้นิยมไพรหน้าใหม่ควรเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมก่อนเดินทางไปเรียนรู้ธรรมชาติที่หาไม่ได้ในป่าคอนกรีต ไม่งั้นอุปสรรคต่าง ๆ ถามหาแน่



สถานที่ ควรหาข้อมูล รายละเอียดของที่ ๆ จะไปให้มากที่สุดรู้สภาพภูมิอากาศด้วยยิ่งดีจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่าง ให้พร้อมและเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้


การแต่งกาย ชุดรัดกุม ใส่สบาย โทนสีกลมกลืนกับธรรมชาติเสื้อสีฉูดฉาด น้ำหมอโคโลญจน์ อย่าใส่เลยเชียว ถ้าอยากเห็นสัตว์ป่า


เสื้อและกางเกง ควรสวมเสื่อแขนยาว เพื่อป้องกันแมลง หนาม และแสงแดด ส่วนกางเกง ไม่ควรรัดแน่นเกินไป เสื่อผ้าควรมี 2 ชุด คือ ชุดเดินป่ากับชุดนอน เตรียม เสื้อแจ็กเก็ต เผื่อไปด้วย เพราะกลางคืนอากาศค่อนข้างเย็น


รองเท้า สำคัญที่สุดควรเป็นรองเท้าเดินป่าหุ้มส้นที่แข็งแรงและมีขนาดพอดีเท้า


อุปกรณ์เดินป่า เป้หลัง ควรเลือกชนิดเบา กะทัดรัด คล่องตัวใส่ของจำเป็นได้หลายอย่างทั้งเต็นท์ ถุงนอน เปลสนาม ไฟฉาย เสื้อกันฝน มีดพก กระติกน้ำ หม้อสนาม ยา เชือก สมุดบันทึก ถุงพลาสติก ฯลฯ


อุปกรณ์เสริม กล้องส่องทางไกล แว่นขยาย สมุดวาดภาพ กล้องถ่ายรูป ควรมีติดตัวไปด้วย เพื่อจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและบันทึกความทรงจำที่ดีไว้ตลอดไป



การเดินป่าอย่างถูกวิธี เดินป่ากับเดินเล่นในศูนย์การค้านั้นต่างกัน ก่อนเข้าป่า ก็ควรศึกษาเรียนรู้วิธีกันเสียก่อนจะได้เกินกันได้คล่อง ๆ ก่อนออกเดิน อย่าลืม ดื่มน้ำให้อิ่มและเติมน้ำให้เต็มกระติกด้วยล่ะ
- เดินอย่างออมกำลัง
- ฝึกสายตาให้คุ้นเคยกับสภาพป่า
- ระหว่างที่เดิน ไม่ควรส่งเสียงดังเกินไป
- พยายามเดินตามทางเดินเท้า
- ปกปิดทุกส่วนของร่างกายให้มิดชิด
- เดินแถวเรียงเดี่ยว ระยะห่างพอสมควร แต่ต้องอยู่ในสายตาตลอด
- เดินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ และควรพัก ประมาณ 5 – 10 นาที ทุก 1 ชั่วโมง
- ไม่ควรเป็นศิลปินเดี่ยว เดินคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เพราะอาจหลงป่าได้


กฎ กติกา มารยาท ในเขตอุทยาน ฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีข้อห้ามมีกฎระเบียบต่าง ๆ ควรเรียนรู้ และปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดดอกได้ ก้อนหิน ลำธาร น้ำตก สวยเพราะอยู่ในที่ ๆ ควรอยู่ ไม่ควรเด็ด เก็บทำลาย หรือลักลอบนำติดตัวออกมาปืนผา หน้าไม้ ไม่ควรนำเข้าไปอุทยาน ฯ มีแค่มีดแม็คไกวเวอร์กับมีดเดินป่าก็หรูแล้วข้อนี้สำคัญมาก กองไฟกับบุหรี่ ควรดับสนิท เพราะเศษไฟเล็ก ๆ อาจเป็นต้นเหตุของไฟลุกลามป่าอาหารกระป๋อง กล่องโฟม ขวดน้ำพลาสติก กินเสร็จแล้ว ควรนำติดตัวกลับออกมาทิ้งในเมือง สัตว์ป่าจะได้ไม่หลงไปกินเข้า และเพื่อผืนป่าที่สวยงามยั่งยืนตลอดไปเข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม ไปบ้านไหนเมืองไหน ก็ให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี ของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด.